มุมกล้องเกมแข่งรถแบบไหน เหมาะสำหรับผู้เล่น

เกมเมอร์อาจคิดว่ามุมกล้องในเกมแข่งรถเป็นเพียงตัวเลือกเสริม ให้ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นได้ตามสไตล์การเล่นเกมของแต่ละคน แต่รู้หาไม่ว่ามุมกล้องแต่ละรูปแบบก็สามารถสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบระหว่างแข่งขันได้เช่นกัน แล้วมุมกล้องเกมแข่งรถแบบไหน เหมาะสำหรับผู้เล่นที่สุด มารับชมได้เลยครับ

มุมกล้องเห็นท้ายรถยนต์

Daytona USA

มุมกล้องเห็นท้ายรถ หรือมุมกล้องอาร์เขต ได้เป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับเกมเมอร์ทุกคนตั้งแต่ปี 80’s จนปัจจุบัน เพราะมุมกล้องดังกล่าวสามารถมองเห็นรถตัวเองจากด้านหลัง และเห็นฉากหลังกับสภาพแวดล้อมสนามแข่งรถแบบชัดเจน ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนขับรถในชีวิตจริง รวมถึงประสบการณ์การเล่นเกมจากการใช้มุมกล้องนี้ ผู้เล่นจะได้รับ Sense of Speed (ความรู้สึกถึงความเร็ว) ที่รวดเร็วเร้าใจจนต้องร้อง “โว้ววว!” ออกมา จนกลายเป็นมุมกล้องที่ขาดไม่ได้ในเกม Racing

แม้มุมกล้องแนวอาร์เคดจะมีในทุกเกมก็จริง แต่ไม่ใช่เกมแข่งรถทุกเกมจะเหมาะกับมุมกล้องดังกล่าว โดยเฉพาะเกมแข่งรถแนวสมจริงซึ่งต้องใช้ความแม่นยำในการเข้าเลี้ยว และระมัดระวังการชนคู่แข่งตลอดเวลา อาจพบกับปัญหาการตอบสนองเลี้ยวที่ไม่รวดเร็วทันใจ แม้ผู้เล่นจะปรับ sensitivity แล้วก็ตาม

ข้อดี:  เห็นฉากหลังและสภาพแวดล้อมสนามแข่งรถชัดเจน, เห็นรถตัวเอง, ไม่อึดอัด, ได้บรรยากาศการเล่นเกมที่สนุกสนาน

ข้อเสีย: ไม่เหมาะสำหรับเกมแข่งรถแบบสมจริงบางเกม

มุมกล้องในรถยนตร์

แน่นอนว่ามุมกล้องในรถยนต์ หรือ Cockpit View คือมุมกล้องที่ส่งเสริมการเล่นเกมแข่งรถให้มีบรรยากาศสมจริงที่สุด (และถ้าหากมีแว่นตา VR หรือพวงมาลัย จะสมจริงยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า) ผู้เล่นได้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ภายในรถยนต์แบบครบถ้วน ตั้งแต่มิเตอร์, เกียร์รถ, กระจกรถยนต์ และของตกแต่งส่วนต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกมเมอร์หลายคนต้องหลงใหลในตัวรถอย่างที่ไม่เคยมาก่อน

แต่แน่นอนว่าการใช้มุมกล้องนี้ให้เชี่ยวชาญได้นั้น ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นเวลานาน เพราะการเล่นเกมด้วย Cockpit View จะมีบรรยากาศคล้ายกำลังขับรถจริง ทำให้วิสัยทัศน์การขับขี่จึงถูกบดบังเพราะสเปกรถยนต์ อย่างเช่นเราจะไม่เห็นถนนตรงหน้าแบบชัดเจน เนื่องจากเพดานรถต่ำเกินไป หรือต้องมองซ้าย-ขวาจำต้องมองกระจกข้างแทน เป็นต้น

ก็ต้องบอกตามตรงว่า การเล่นเกมด้วย Cockpit View ทำให้เกมเพลย์มีบรรยากาศกดดันยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่เกมเมอร์บางคนจะไม่ชื่นชอบมุมกล้องดังกล่าว แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์การเล่นเกมแข่งรถอย่างหนึ่งที่เกมเมอร์ควรลิ้มลองสักครั้งหนึ่ง

ข้อดี: ได้บรรยากาศสมจริง, หากเล่นด้วยจอยพวงมาลัย+VR ความสมจริงจะเพิ่มขึ้นสองเท่า, สามารถมองเห็นมิเตอร์ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อเสีย: ใช้งานยาก, วิสัยทัศน์การมองถนน คู่แข่ง หรือกระจกถูกบดบังเพราะโครงสร้างรถยนต์

มุมกล้องหน้ารถยนต์ (ไม่เห็นกระโปรงรถ)

หนึ่งในมุมกล้องที่ผู้เล่นสายแข่งรถนิยมใช้งานมากที่สุด เพราะมุมกล้องนี้จะโชว์เพียงถนนที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งทำให้วิสัยทัศน์การมองถนนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงผู้เล่นสามารถสัมผัสความรู้สึก Sense of Speed สุดลุ้นระทึกอีกด้วย นับว่าเป็นมุมกล้องที่สามารถใช้ได้กับเกมทุกเกมทั้งแนวอาร์เขตกับแนวสมจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม การใช้มุมกล้องหน้าจะต้องสูญเสียการมองเห็นรถยนต์ตัวเอง วิสัยทัศน์การมองด้านซ้าย-ขวาถูกปิด นอกจากต้องมองด้วยการเลื่อนปุ่มแอนะลอกเท่านั้น รวมถึงผู้เล่นไม่สามารถเห็นกระโปรงรถยนต์ด้านหน้า ซึ่งทำให้เราชนท้ายคู่แข่งได้ง่าย หากเบรกไม่ทันหรือไม่ระมัดระวังตัว

ข้อดี: สามารถโฟกัสกับถนนข้างหน้าได้ 100%, ความรู้สึกเร็วสะใจที่สุดในบรรดามุมกล้องทั้งหมด, เหมาะใช้กับเกมแข่งรถทุกประเภท

ข้อเสีย: ไม่เห็นรถตัวเอง, วิสัยทัศน์มองซ้าย-ขวาถูกบดบัง, ชนท้ายรถคู่แข่งได้ง่าย หากไม่ระมัดระวัง

มุมกล้องบนกระโปรง/เพดานรถยนต์

คล้ายกับมุมกล้องหน้ารถยนต์แต่เพิ่มเติมคือการมีการโชว์กระโปรงหรือเพดานรถยนต์ ซึ่งมุมกล้องนี้เป็นมุมกล้องที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแข่งขัน Esports เพราะสามารถกะระยะในการหลีกเลี่ยงการสัมผัสชนรถคู่แข่งได้ง่าย และมีวิสัยทัศน์การมองด้านซ้าย-ขวาก็เปิดกว้างกว่ามุมกล้องหน้า

ข้อดี: สามารถหลีกเลี่ยงการชนท้ายคู่แข่ง, วิสัยทัศน์มองซ้าย-ขวาเปิดกว้างกว่ามุมกล้องหน้ารถยนต์

ข้อเสีย: เห็นรถตัวเองเพียงบางส่วนเท่านั้น

จะสังเกตว่ามุมกล้องทั้งสี่รูปแบบจะมีลักษณะทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ส่วนเกมเมอร์จะเลือกใช้แบบไหนนั้นก็สามารถทดลองใช้งานได้เลย ซึ่งหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนไม่มากหรือน้อย

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close