อยากได้ Nintendo Switch มือสอง ควรเช็คอะไรบ้าง ?

Nintendo Switch กลายเป็นสินค้าที่ฮ็อตฮิต ในสถานการณ์ของการระบาด Covid-19 ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ สวนทางกับขุมพลังการผลิตที่ทำได้ในระยะเดียวกัน ส่งผลให้ตัวเครื่องราคาสูงขึ้นมาก ผู้คนเริ่มหันมาจับของมือสองกันมากขึ้น และเมื่อความต้องการมันสูงจนทะลุทั้งเครื่องที่มีอยู่ ทั้งเครื่องที่กำลังผลิตออกไป ส่งผลให้ราคาเครื่องมือสอง ก็เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วย

บทความนี้เราจะมาแนะนำการเลือกซื้อเครื่อง Nintendo Switch มือสอง เพื่อให้คุณได้ของที่มีประสิทธิภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล และเพื่อลดอาชญากรรมในอินเทอร์เน็ต ที่เกิดขึ้นได้เสมอในวงการซื้อขายสินค้ามือสอ

รู้จักตัวเครื่องกันก่อน

Nintendo Switch ในตลาดตอนนี้ ผลิตออกมา 3 รุ่นหลัก ๆ โดยแต่ละรุ่นนั้น ‘ไม่มีความแตกต่างด้านประสิทธิภาพ’ ทุกเครื่องใช้ชิปประมวลผลเดียวกันหมด จะมีแค่ความแตกต่างทางด้านกายภาพ เล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง ดังนี้

  • Nintendo Switch กล่องขาว รุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกของ Nintendo Switch ที่วางจำหน่าย ฟีเจอร์พื้นฐานมีครบ เพราะถือเป็นตัวเริ่มต้น ราคาในท้องตลาดก่อนเกิดวิกฤตจะอยู่ประมาณ 6,000 – 7,000 บาท แต่ ณ ปัจจุบัน จะอยู่ที่ 9,000 ถึง 11,000 บาท
  • Nintendo Switch กล่องแดง เป็นรุ่นปรับปรุงของรุ่นแรก ทุกอย่างเหมือนกันหมดทุกระเบียดนิ้ว สิ่งเดียวที่ถูกเปลี่ยนคือใช้ชิปประมวลผลแบบใหม่ ซึ่งไม่ได้ทำให้ตัวเครื่องแรงขึ้น แต่ทำให้ตัวเครื่องนั้นบริหารแบตเตอรี่ได้ดีขึ้น เล่นได้นานกว่าเดิม ราคาในท้องตลาดก่อนเกิดวิกฤตจะอยู่ประมาณ 9,000 บาท แต่ ณ ปัจจุบัน ราคาจะอยู่ที่ 13,000 ถึง 15,000 บาท
  • Nintendo Switch Lite หรือรุ่นเล็ก รุ่นนี้จะถูกจำกัดฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับการเล่นพกพา เริ่มจากการปรับให้ Joy-con อยู่ติดกับตัวเครื่องไปเลย เอาฟีเจอร์การต่อ Dock ออก มีหน้าจอที่เล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบาขึ้น แต่ความแรงเท่าเดิม ใช้ชิปประมวลผลตัวเดียวกับกล่องแดง ทำให้แบตอึด ราคาในท้องตลาดก่อนเกิดวิกฤตจะอยู่ประมาณ 5,000 – 6,000 บาท แต่ ณ ปัจจุบัน ราคาจะอยู่ที่ 7,500 – 9,000 บาท

จากที่ดู จะเห็นว่าราคามันถีบตัวสูงขึ้นมาเกือบสองเท่าจากราคาเดิม แถมของที่มีในตลาดก็มีจำกัด ส่งผลให้ราคามันสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจะสูงขึ้นอีกจนกว่าจะหมดวิกฤต COVID-19 ซึ่งถ้าหากคิดว่าราคาประมาณนี้อยู่ในโซนที่รับได้ ก็อ่านหัวข้อถัดไปได้เลย

การเช็คตัวเครื่อง

หลังจากหาผู้ขายที่เชื่อถือได้ และไม่ว่าจะนัดรับกับมือ หรือจะซื้อขายทางไกลก็แล้วแต่ ผู้ซื้อควรต้องตรวจเช็คสินค้าก่อนจะซื้อเสมอ โดย Nintendo Switch ถือเป็นเครื่องที่มีปัญหาจุกจิกค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับคอนโซลอื่น ๆ ในยุค ฉะนั้น เราจะต้องดูกันให้ละเอียดสักเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินรับเครื่อง

1.Nintendo Switch กล่องขาวและกล่องแดง

  • เริ่มจากการเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่าครบตามที่ตกลงซื้อขายกันหรือไม่ แนะนำว่าต้องมีกล่อง เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เคลมประกันตัวเครื่องในร้านนั้น ๆ หากมีปัญหา ส่วนถ้าหมดประกันแล้ว การมีกล่องจะทำให้ขายมือสองครั้งถัดไป ทำได้ง่ายขึ้น
  • เช็คประกันให้เรียบร้อย อย่าลืมเช็คบาร์โค้ดที่อยู่ด้านล่างตัวเครื่อง หากไม่มี หรือไม่สมบูรณ์ แนะนำว่าอย่าทำการซื้อขายเด็ดขาด
  • เช็คความสมบูรณ์ของสลักที่นำไว้ใส่ JoyCon ด้านข้างตัวเครื่อง ทดลองถอดเข้าถอดออก ว่าปกติหรือไม่ แน่นดีหรือเปล่า เนื่องจาก Nintendo Switch ล็อตแรก มักพบปัญหา JoyCon หลวมเมื่อใช้งานไปนาน ๆ
  • เช็ค Slot ทั้งในส่วนของ Game Card และ Memory Card ด้วยการเสียบการ์ดที่ตัวเองเตรียมไป หรือการ์ดที่ผู้ขายเตรียมมา ว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ โดยในส่วนของ Game Card ตัวเครื่องจะต้องเล่นเกมจากการ์ดได้ตามปกติ ส่วน Memory Card นั้น เสียบเข้าไปจะต้องมี Storage ของการ์ดโชว์ขึ้นมาในส่วนของ Memory
  • เช็คความสมบูรณ์ของ Motion และ Gyroscope Sensor ด้วยการเล่นเกมที่ใช้งานทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นเกมแข่งรถ หรือเกมประเภทขยับร่างกาย ดูว่าเซ็นเซอร์ทั้งสอง ตอบสนองตามปกติหรือไม่
  • เช็คความสมบูรณ์ของ Dock เสียบไปแล้วขึ้นภาพหรือเปล่า สามารถใช้ Port ทั้งหมดใน Dock ได้หรือไม่
  • สุดท้ายคือเช็คร่องรอยของตัวเครื่อง ว่าเป็นอย่างที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้หรือเปล่า

2.Nintendo Switch Lite

  • เริ่มจากการเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่าครบตามที่ตกลงซื้อขายกันหรือไม่ แนะนำว่าต้องมีกล่อง เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เคลมประกันตัวเครื่องในร้านนั้น ๆ หากมีปัญหา ส่วนถ้าหมดประกันแล้ว การมีกล่องจะทำให้ขายมือสองครั้งถัดไป ทำได้ง่ายขึ้น
  • เช็คประกันให้เรียบร้อย อย่าลืมเช็คบาร์โค้ดที่อยู่ด้านล่างตัวเครื่อง หากไม่มี หรือไม่สมบูรณ์ แนะนำว่าอย่าทำการซื้อขายเด็ดขาด
  • เช็คความสมบูรณ์ของ Analog ด้วยการเปิดเกมขึ้นมาสักเกม แล้วเลื่อนซ้ายขวาบนล่าง ถอนมือแล้วปล่อยทิ้งไว้ เพื่อดูว่าจะเกิดอาการ JoyCon Drift หรือไม่
  • เช็คความสมบูรณ์ของปุ่ม ด้วยการกดเบา ๆ แล้วเทียบน้ำหนักของปุ่มแต่ละปุ่ม ว่ามีปุ่มไหนสภาพไม่สมบูรณ์บ้าง
  • เช็ค Slot ทั้งในส่วนของ Game Card และ Memory Card ด้วยการเสียบการ์ดที่ตัวเองเตรียมไป หรือการ์ดที่ผู้ขายเตรียมมา ว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ โดยในส่วนของ Game Card ตัวเครื่องจะต้องเล่นเกมจากการ์ดได้ตามปกติ ส่วน Memory Card นั้น เสียบเข้าไปจะต้องมี Storage ของการ์ดโชว์ขึ้นมาในส่วนของ Memory
  • เช็คความสมบูรณ์ของ Motion และ Gyroscope Sensor ด้วยการเล่นเกมที่ใช้งานทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นเกมแข่งรถ หรือเกมประเภทขยับร่างกาย ดูว่าเซ็นเซอร์ทั้งสอง ตอบสนองตามปกติหรือไม่ (การเช็คเกมที่ใช้ Motion อาจต้องเตรียม JoyCon ไปต่อแยกหนึ่งคู่)
  • สุดท้ายคือเช็คร่องรอยของตัวเครื่อง ว่าเป็นอย่างที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้หรือเปล่า

คำแนะนำสำหรับการซื้อขายแบบปลอดภัย

  • ควรเช็คประวัติการซื้อขายของผู้จำหน่ายก่อน หากเป็นการซื้อขายทางไกล ก่อนโอนเพื่อจ่าย แนะนำว่าให้ขอหลักฐานเช่น บัตรประจำตัวประชาชน, รูปถ่ายคนขายกับสินค้า หรือหลักประกันอื่น ๆ ที่มั่นใจได้ว่า เราจะไม่ถูกโกง
  • หากได้หลักฐานเป็นรูปถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนมาแล้ว แต่ชื่อบัญชีของผู้ขายกลับไม่ตรงกับชื่อในบัตรประจำตัวประชาชน ให้อนุมานไปเลยว่าอาจมีการโกงเกิดขึ้น
  • แม้ว่าชื่อบัญชีจะตรงกับบัตรประชาชน แต่เพื่อความมั่นใจ ให้ทำการค้นหาชื่อของผู้ขายผ่านทาง Google และเว็บไซต์ https://www.blacklistseller.com/ หากพบว่ามีประวัติมาก่อน ก็ไม่ควรซื้อขายด้วย
  • หากไม่มีปัญหาเรื่องราคา การซื้อจากผู้ขายที่ทำธุรกิจขายเกมอยู่แล้ว ถือเป็นทางออกที่ดี แม้จะได้ราคาที่สูงที่สุดในเกณฑ์ของท้องตลาด แต่ก็แลกมาด้วยความแน่นอน รวมถึงเป็นช่องหาสินค้าที่ง่ายกว่าการไปหาเองตามกลุ่มซื้อขายด้วย
  • หากตัดสินใจว่าจะซื้อขายด้วยการแลกเปลี่ยนต่อหน้า (รับมือ) ควรจะใส่หน้ากากอนามัยก่อนออกไปพบ อีกทั้งยังต้องพกแอลกอฮอร์ฆ่าเชื้อมาฉีดสินค้าด้วย เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่ติด COVID-19 จากเครื่องเกมที่คุณรัก

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close