5 เกมที่ถูกพอร์ตแบบงง ๆ แถมไม่เหลือความเป็นเกมต้นฉบับ

แม้การพอร์ตเกมลงให้กับเครื่องคอนโซลที่หลากหลายจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้เล่นทุกคน เพราะเป็นการเปิดทางให้เกมเมอร์สามารถสัมผัสเกมโปรดได้ แต่บางครั้ง การฝีนพอร์ตก็อาจทำให้ตัวเกมไม่เหลือความเป็นเกมต้นฉบับเหมือนเกมเหล่านี้ แล้วจะมีเกมอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลยครับ

Need for Speed: Most Wanted – Nintendo DS

Need for Speed: Most Wanted เวอร์ชัน Nintendo DS ถูกเนิร์ฟเยอะยิ่งกว่าจากเกมเวอร์ชัน PSP หลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสนามแข่งที่มีบรรยากาศเดิม, ไม่ได้ความรู้สึกเซนซ์ของความเร็ว (Sense of Speed) รวมถึงระบบการควบคุมรถก็เซนซิทีฟเกินไปอีกด้วย ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าหากเกมเมอร์เทียบระหว่าง NFS: MW เวอร์ชัน PSP กับ DS ก็สามารถบอกได้เลยว่าเหมือนเทียบกับเกมคนละเกม ทั้งที่เป็นเกมเดียวกัน

อาจจะฟังดูใจร้ายไปหน่อย แต่หากนำเกม NFS: MW ไปเทียบเกมแข่งรถอย่าง Ferrari Challenge หรือเกม Mario Kart เวอร์ชัน DS ด้วยกันเอง เรามั่นใจเลยว่าตัวเกมสามารถทำได้ดียิ่งกว่านี้

Call of Duty – Nokia N-Gage

Nokia N-Gage เป็นเครื่องเกมพกพาจากค่ายมือถือชื่อดัง โดยใช้คอนเซปต์ว่าจะเป็นทั้งโทรศัพท์มือถือและเครื่องเล่นเกมในเวลาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าทางทีมพัฒนาเกมรายใหญ่บางเจ้า สนใจที่จะนำเกมของพวกเขาลง  N-Gage ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกม FPS ชื่อดังระดับโลกอย่าง Call of Duty

อย่างไรก็ตาม Call of Duty เวอร์ชัน Nokia N-Gage ได้พบกับปัญหาการเล่นเกมมากมาย เนื่องจากประสิทธิภาพเครื่องที่ไม่ทรงพลังมากพอ ไม่ว่าจะเป็นภาพเฟรมเรตตกอย่างหนัก และการกดคำสั่งปุ่มมีอาการดีเลย์ นอกจากนี้ เนื่องจากเกมต้องอัดเนื้อหาทั้งหมดลงใส่ซิมการ์ด ซึ่งเป็นรูปแบบแผ่นเกมของ N-Gage ทำให้เนื้อเรื่องไม่มีฉากคัตซีนแต่การบรรยายเป็นข้อความ แผนที่เป็นเส้นตรงเกินไป ไม่มีเพลงประกอบ และคุณภาพเสียงค่อนข้างแย่ หากเทียบกับเกมเวอร์ชันต้นฉบับ

จากสาเหตุที่กล่าวมาทั้งหมด ก็ไม่คงแปลกใจว่าทำไมแฟน ๆ หลายคนถึงยกย่องว่า CoD เวอร์ชัน N-Gage จึงเป็นเกมเวอร์ชันที่แย่ที่สุด และแน่นอนว่าเกมหลายเกมที่พอร์ตลงให้ N-Gage เกือบล้วนมีกระแสตอบรับที่แย่ จึงเป็นเหตุให้ N-Gage ยกเลิกการผลิตเครื่องหลังจากวางจำหน่ายเพียง 1 ปี เท่านั้น

Mortal Kombat – Game Boy

ยุคสมัยปลายปี 80’s เครื่อง Nintendo Game Boy ได้สร้างปรากฏการณ์ “ช็อก” ให้กับอุตสาหกรรมเกมทั่วโลก ด้วยการออกแบบเครื่องเกมแบบ Portable ที่สามารถพกพาไปไหนก็ได้ รวมถึงใช้พลังงานด้วยถ่านอัลคาไลน์ที่หาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้า ทำให้เครื่องเกมประสบความสำเร็จทั้งด้านเสียงวิจารณ์กับยอดขาย และขึ้นแท่นเป็นตำนานเครื่องเกมพกพายอดเยี่ยมตลอดกาล

แน่นอนว่าในอดีต เครื่อง Game Boy ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นทั้งในกลุ่มเกมเมอร์วัยรุ่นกับวัยเด็ก ทีมพัฒนาเกมหลายแห่งจึงพยายามพอร์ตเกมลง Game Boy เพื่อกระเตื้องยอดขายวิดีโอเกม แม้ต้องยอมสละประสิทธิภาพก็ตาม ซึ่ง Mortal Kombat เกมต่อสู้ที่เปลี่ยนมาตรฐานวิดีโอเกมไปตลอดกาลจากการนำเสนอเนื้อหาสุดรุนแรง ก็เคยทำเกมเวอร์ชัน Game Boy เช่นเดียวกัน

แต่น่าเสียดาย Mortal Kombat เวอร์ชัน Game Boy ไม่ได้มีความสนุกสนานเท่ากับเวอร์ชันอาร์เคดเลยแม้แต่นิดเดียว เนื่องจาก Game Boy ใช้ภาพกราฟิกแบบขาวดำ (หน้าจอเขียว) ทำให้ความรุนแรงของ Mortal Kombat ถูกลดทอนลงเป็นอย่างมาก รวมถึงหน้าจอมีขนาดเล็กเกินไป คุณภาพเพลงประกอบจัดว่าย่ำแย่ นักสู้บางคนถูกตัดจากเกมต้นฉบับ และโมเดลนักสู้ไม่ได้ใช้เทคนิค Digitized Sprites ที่เป็นเอกลักษณ์ของ MK อีกด้วย ประสบการณ์เล่นเกมดังกล่าวบน Game Boy จึงจัดว่าไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร

Street Fighter II – Game Boy

คล้ายกับกรณี Mortal Kombat เกม Street Fighter II เวอร์ชัน Game Boy ประสบปัญหาภาพกราฟิก และจำนวนคอนเทนต์ที่หายไปจากเกมต้นฉบับ เนื่องจากประสิทธิภาพของ Game Boy ที่ไม่ทรงพลังมากพอ

ถ้าหากเจาะรายละเอียดลึกยิ่งกว่านี้ Street Fighter II ฉบับ Game Boy จะมีอาการเฟรมเรตต่ำ ซึ่งทำการเล่นเกมต่อสู้ขาดความลื่นไหล และไม่สนุกสนานเท่ากับเกมต้นฉบับ แม้สิ่งที่ Street Fighter ทำให้ดีกว่า Mortal Kombat เวอร์ชัน Game Boy คือเพลงประกอบค่อนข้างไพเราะ และภาพกราฟิกอยู่ในเกณฑ์โอเคสำหรับเกมพกพา แต่ประสบการณ์ที่ได้จากเกมเล่นดังกล่าว ก็ต้องบอกเลยว่าใครที่เล่นเกมต่อสู้มาก่อนจะต้องหงุดหงิดกับการเล่นเกมนี้อย่างมากแน่นอน

Mega Man – MS DOS

นี่อาจจะเป็น Mega Man เวอร์ชันที่มีคุณภาพน่าผิดหวังก็ว่าได้ เพราะว่าตัวเกมถูกดัดแปลงใหม่ทั้งหมด จนระบบเกมเพลย์แทบไม่เหลือความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม

Mega Man เวอร์ชัน MS DOS จะมีภาพกราฟิกเฉพาะสีฟ้ากับสีชมพูเท่านั้น รวมถึงมีเฟรมเรตไม่เสถียร ซึ่งทำให้การเล่นเกมเป็นเวลานานอาจเกิดอาการ Motion Sicknessได้ นอกจากนี้ แผนที่ก็มีลักษณะเป็นเส้นตรงจนเกินไป ตัวเกมขาดความท้าทาย รวมถึงการออกแบบมอนสเตอร์กับบอสเองก็จัดว่าแปลกประหลาด และเลวร้ายที่สุด เพลงประกอบซึ่งเป็นฟีเจอร์เด่นสำหรับเกมซีรีส์ Mega Man ก็ “ไม่มี” ในเกมเวอร์ชันนี้

แต่ก็ต้องบอกว่า Mega Man เวอร์ชัน MS DOS ไม่ได้พัฒนาโดย Capcom แต่เป็นทีมงาน Hi Tech Expressions ที่สนใจอยากจะสร้างเกมดังกล่าวสำหรับPC เพื่อให้ผู้เล่นสายคอมพิวเตอร์สามารถสัมผัสเกมดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับได้เกม Mega Man เวอร์ชันทำลวก ๆ และดู Budget ต่ำแทน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close