6 เกมที่นักวิจารณ์บอกว่า “ใช่” แต่ผู้เล่นบอกว่า “ไม่”

บางครั้งเกมที่ “ใช่” สำหรับเกมเมอร์อาจจะ “ไม่” สำหรับนักวิจารณ์ แต่ตรงกันข้าม เกมดีที่นักวิจารณ์ชื่นชม อาจจะไม่เหมาะสำหรับเกมเมอร์บางคนเช่นกัน นี่คือเกมที่มีคะแนนรีวิวิจากฝั่งผู้เล่นและนักวิจารณ์ใน Metacritic สวนทางกันอย่างชัดเจน แล้วจะมีเกมอะไรบ้าง สามารถรับชมกันได้เลยครับ

Diablo III (PC)

Metascore: 88 / User Score: 4.1

Diablo III

Diablo III จัดว่าเป็นเกม MMORPG ของ Blizzard ที่ประสบปัญหาวิบากกรรมจากการเปิดให้เล่นเป็นวันแรกด้วยกระแสความไม่พอใจจากเกมเมอร์หลายคน จากระบบเศรษฐกิจภายในเกมที่ผู้เล่นสามารถซื้อไอเทมบนตลาดด้วยเงินจริง (หรือเรียกว่า Auction House), อัตราการดรอปไอเท็มไม่สมเหตุสมผล, ต้องต่อออนไลน์ตลอดเวลา และระดับความยากโหดเกินไป ทำให้ช่วงแรกของเกม Diablo III ขาดความสมดุลอย่างมาก

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกมเมอร์หลายคนตัดสินใจทิ้งรีวิวบอมบ์ในเว็บไซต์ Metacritic เพื่อเรียกร้องให้ Blizzard ปรับบาลานซ์เกมเพลย์ใหม่ และลบ Auction House ซึ่งปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขหมดแล้ว แต่แฟน ๆ Diablo หลายคนก็ยังชี้ว่า Diablo III เป็นเกมที่สร้างความประทับใจน้อยที่สุดในบรรดา Diablo ทุกภาค เนื่องจากความยากท้าทายของเกมไม่โดนใจเกมเมอร์หน้าเก่าเท่าที่ควร

Call of Duty: Modern Warfare 3

Metascore: 78 / User Score: 2.8

แม้ Call of Duty: Modern Warfare 3 จะเป็นภาคปิดฉากไตรมาสของซีรีส์ Modern Warfare อย่างสมบูรณ์แบบ (ไม่นับ Call of Duty: Modern Warfare นะ) แต่เกมดังกล่าวก็ถูกวิจารณ์จากฝั่งเกมเมอร์หลายคนในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะภาพกราฟิกไม่ได้ปรับปรุงจากเกมภาคก่อน, ประสิทธิภาพแย่, แผนที่ Multiplayer ธรรมดา รวมถึงคุณภาพเนื้อเรื่องเองก็ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

Call of Duty: Modern Warfare 3 สำหรับมุมมองของแฟน ๆ จึงถือว่าเป็นภาคที่ไม่มีอะไรน่าจดจำ และคุณภาพเกมโดยรวมเป็นการเดินถอยหลังจากเกมสองภาคก่อน ทำให้ MW3 สร้างความผิดหวังให้กับแฟน ๆ Modern Warfare เป็นอย่างมาก ในขณะที่นักวิจารณ์และผู้เล่นบางคนมีมุมมองว่า MW3 ยังคงเป็นเกมที่ดีตามมาตรฐาน Call of Duty

Mass Effect 3

*มีการสปอยล์เนื้อหาเล็กน้อย

Metascore: 89 / User Score: 5.9

Mass Effect 3 เป็นเกม RPG Sci-Fi คุณภาพยอดเยี่ยมทั้งด้านเนื้อเรื่องที่น่าจดจำ, เกมเพลย์สนุกสนาน, องค์ประกอบ RPG ล้ำลึก และสามารถนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่าง NPC กับตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง จึงทำให้เกมดังกล่าวเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งฝ่ายนักวิจารณ์กับคนเล่นเกมอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่อย่างไรก็ตาม มาถึงช่วงตอนจบของเกมที่มีลักษณะเหมือนเป็น “Bad End” รวมถึงมีการนำเสนอเนื้อเรื่องตอนจบที่ทำร้ายจิตใจแฟนเกมเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นหลายคนโหวตคะแนนรีวิวเกมดังกล่าวจน User Score เหลือเพียง 5.9 โดยให้เหตุผลว่าเนื้อหาตอนจบไม่มีความสมเหตุสมผล หรือตอนจบเป็นการทำลายประสบการณ์ดี ๆ จากการเล่นเกมนี้จนไม่เหลือสิ้น

Dragon Age II

Metascore: 82 / User Score: 4.6

Dragon Age II

Dragon Age II มีการเปลี่ยนทิศทางใหม ด้วยการออกแบบระบบ Combat ที่เรียบง่ายขึ้น และเนื้อเรื่องดำเนินเป็นเส้นตรงมากขึ้น เพื่อเกมเมอร์ทุกคนสามารถสนุกสนานกับเกมได้ โดยคุณภาพเนื้อเรื่องยังเป็นจุดเด่นสำหรับเกมดังกล่าว ทำให้ Dragon Age II เป็นเกมที่มีกระแสรีวิวเป็นที่ชื่นชอบสำหรับนักวิจารณ์ และเกมเมอร์หลายคน

แต่อย่างไรก็ตาม คนที่เล่นเกม Dragon Age ภาคแรกมาก่อน จะสังเกตพบว่าองค์ประกอบ RPG ที่โดดเด่นจากภาคแรกได้หายไปในภาคนี้ รวมถึงระดับความยาก ระบบต่อสู้ และความซับซ้อนของเกมเพลย์โดนลดทอนลงจนทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมไม่เต็มอิ่มเหมือนภาคแรก ทำให้แฟน ๆ เกม Dragon Age จำนวนไม่น้อยจึงค่อนข้างผิดหวังกับเกมภาคสองพอสมควร

Deadly Premonition

Metascore: 68 / User Score: 8.3

บางคนอาจจะมองว่า Dead Premonition คือเกมห่วยที่ไม่ควรแตะต้อง แต่บางคนบอกว่าเป็นเกมดีที่ควรให้โอกาสเปิดใจเล่นสักครั้งหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคำตอบ ถือว่าเป็นคำตอบที่ไม่มีถูกไม่มีผิด เพราะเกมดังกล่าวช่วยมอบประสบการณ์การเล่นเกมสุดแปลกประหลาดที่คุณอาจจะเกลียดหรือไม่หลงรักเกมนี้ไปเลย

Dead Premonition เป็นเกมแนวสยองขวัญ-เอาตัวรอดแบบ Open World ที่สร้างเสียงฮือฮาต่อวงการเกมช่วงหนึ่ง ด้วยคุณภาพเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ มีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง รวมถึงการนำเสนอตัวละครที่แปลกประหลาดไม่ซ้ำใคร แต่เนื่องจากตัวเกมมีข้อเสียด้านระบบเกมเพลย์ไม่มีความสดใหม่, บทสนทนาชวนปวดกุมขมับ และตัวเกมประสิทธิภาพแย่จนเกินทน ทำให้เกมดังกล่าวมีรีวิวเสียงแตกเป็นจำนวนมาก แต่สำหรับเกมนี้แตกต่างจากเกมอื่น ตรงที่ฝ่ายผู้เล่นส่วนใหญ่ชื่นชอบเกมนี้จนมีคะแนนเฉลี่ยที่ 82/100 ในขณะที่ฝ่ายนักวิจารณ์ไม่ปลื้มกับเกมดังกล่าวสักเท่าไหร่นัก

The Last of Us Part II

Metascore: 94 / User Score: 4.6

The Last of Us Part II

ก็ต้องบอกเลยว่าในรายชื่อเกมทั้งหมดที่กล่าวมา คงไม่มีทางหนีพ้นเกม The Last of Us Part II แน่นอน เพราะเกมดังกล่าวกำลังเป็นประเด็นถกเถียงอย่างร้อนแรง ณ ตอนนี้ และไม่มีท่าทีว่าดรามาจะสงบลงอย่างง่าย ๆ

อย่างที่เกมเมอร์น่าจะทราบกันอยู่แล้ว หลังจาก The Last of Us Part II ออกวางจำหน่ายเป็นวันแรก (รวมถึงช่วงเวลาที่สปอยล์หลุดก่อนเกมออกวางขาย) เกมดังกล่าวได้ถูกรีวิวแง่ลบใน Metacritic จากผู้เล่นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่พอใจในคุณภาพเนื้อเรื่องที่ไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้ แม้จะมีเสียงชื่นชมด้านระบบเกมเพลย์ ความละเอียดของฉาก แอนิเมชันตัวละคร และภาพกราฟิกสวยงามก็ตาม

แต่ตรงกันข้ามกับฝ่ายนักวิจารณ์ที่ล้วนให้คะแนนเกมดังกล่าวอยู่ที่ 9-10 ซึ่งจัดเป็นเกมระดับ Masterpiece รวมถึงเกมเมอร์อีกไม่น้อยก็ชื่นชอบเกมดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทำให้ The Last of Us Part II เป็นหนึ่งในเกมที่มีเสียงแตกมากที่สุดอย่างชัดเจนในปี 2020

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close