Skip to content
BY Nuttawut Apiratwarakul

[Exclusive] คุยกับทีมพัฒนา Hearthstone เผยเบื้องหลังภาคเสริมและทิศทางใหม่ของเกม

[Exclusive] คุยกับทีมพัฒนา Hearthstone เผยเบื้องหลังภาคเสริมและทิศทางใหม่ของเกม
1,277 Views
ติดตามบน Google News

ทีมงาน GamingDose ได้มีโอกาสได้นั่งคุยกับ Stephen Chan และ Eric Larson สองทีมงานผู้พัฒนาตัวเกม Hearthstone ในงาน BlizzCon 2026

หัวข้อการพูดคุยเผยรายละเอียดเบื้องหลังคอนเทนต์ใหม่หลายส่วน ตั้งแต่การมาถึงของคลาส Monk, Expansion ใหม่ Reign of the Black Empire, ระบบ Assemble, Journal รูปแบบใหม่ ไปจนถึง Black Market และการอัปเดต Battlegrounds และความเป็นไปได้ในอนาคตของตัวเกม

HS 37p0 Black Empire Logo All thTH wHS

Monk เปิดปีใหม่ 2027 ด้วยคลาสใหม่ที่ผู้เล่นเรียกร้องมานาน

แม้รายละเอียดของ Monk จะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด และทีมงานเตรียมพูดถึงคลาสนี้เพิ่มเติมในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2027 แต่ทีมยืนยันว่า Monk เป็นสิ่งที่พวกเขาคิดและพูดคุยกันมานาน รวมถึงเป็นสิ่งที่ผู้เล่นเรียกร้องมาโดยตลอด

“เรารู้ว่า Monk เป็นอะไรที่ผู้เล่นรอคอยกันมานานมากครับ”

ทีมมองว่าการเปิดตัว Monk ในครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ของ Hearthstone ด้วยคลาสใหม่ และยังเลือกเปิดเผยครั้งแรกบนเวที BlizzCon ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการประกาศเรื่องดังกล่าว

ทีมยังอธิบายด้วยว่า การสร้างคลาสใหม่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจครั้งใหญ่ เพราะต้องผ่านการพูดคุยภายในทีมว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากทำจริงหรือไม่ และทีมสามารถทำให้คลาสนั้นออกมาสมกับความคาดหวังได้หรือเปล่า ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้ากับ Monk

Reign of the Black Empire พาผู้เล่นย้อนกลับไป 10,000 ปี

NEUTRAL BE 017 enUS NZothDreamsEnd 128389 NORMAL

นับเป็นเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่แฟนเกม Hearthstone เตรียมจะได้เล่นกัน กับภาคเสริม Expansion ใหม่ Reign of the Black Empire ที่พาผู้เล่นย้อนกลับไปยังยุคที่ Old Gods อยู่ในช่วงรุ่งเรืองสูงสุดเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน พร้อมเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเหล่า Old Gods และ Titan

ทีมต้องการทำให้เหล่า Old Gods ใน Expansion นี้ฉายภาพชัดว่าเหล่าเทพอสูรอยู่ในช่วงที่มีพลังสูงสุด จึงนำแนวคิดบางส่วนจากระบบ Titans มาต่อยอด

Old God แต่ละตัวจะมีความสามารถทั้งหมด 4 แบบ และสามารถเลือกใช้ได้ 2 ความสามารถต่อเทิร์น ทำให้เกิด Synergy ระหว่างความสามารถต่าง ๆ และเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นสร้างคอมโบได้หลากหลาย

ตัวอย่างเช่น N’Zoth สามารถวาง Deathrattle บนเป้าหมายแล้วทำให้เอฟเฟกต์ดังกล่าวทำงานซ้ำเพื่อสร้างความเสียหายแบบ AoE

เนื่องจาก Old Gods เป็นตัวละครที่ทรงพลังมาก ทีมจึงกำหนดให้สามารถใส่ Old God ได้เพียง 1 ตัวต่อ Deck เพื่อควบคุมระดับพลังของการ์ดเหล่านี้

แน่นอนว่าความสนุกในการใช้งาน Old Gods จะเป็นจุดเด่นหลักในภาคเสริมใหม่ของเกม

ทำไม Old Gods กลับมาอีกครั้ง?

NEUTRAL BE 009 enUS MastermindYogg Saron 132547 NORMAL

เมื่อถูกถามว่าทำไมตัดสินใจนำ Old Gods กลับมาอีกครั้ง เพราะคัวเกมเคยมีภาคเสริมในธีมนี้ไปแล้ว แต่ทีมมองว่าครั้งนี้แตกต่างจากการตีความในอดีต และมีระยะเวลาเว้นข้ามมากพอจะทำให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง

ทีมงานยังยืนยันว่าพวกเขาจะไม่หยิบตัวละครเก่ากลับมาเพียงเพราะเป็นที่นิยม แต่ต้องมีแนวคิดด้าน Gameplay ใหม่ที่สามารถพาตัวละครเหล่านั้นไปในทิศทางอื่นได้ด้วย

“ปกติแล้วเราจะไม่ลุยทำคอนเท้นใหม่กันแน่ถ้าเราไม่มีระบบการเล่นใหม่ที่สนุก ๆ ที่เราอยากจะสำรวจ ดังนั้นแม้จะเป็นตัวละครเก่าแต่ผู้เล่นจะได้เห็นทิศทางใหม่ ๆ แน่นอน”

หรือพูดง่าย ๆ คือ การกลับมาของ Old Gods ครั้งนี้ต้องมี Gameplay ใหม่ที่ช่วยทำให้พวกมันรู้สึกแตกต่างจากอดีตอย่างแน่นอน

Assemble คือหนึ่งในระบบที่ท้าทายที่สุดที่ทีมเคยสร้าง

SHAMAN BE 114 enUS ShadowSculpt 131061 NORMAL

หนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุดของ Expansion ใหม่คือการพัฒนา Assemble Keyword ใหม่ของภาคเสริม ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้าง Minion ของตัวเองจากการ์ดที่มีอยู่แล้ว ด้วยการผสมพลังของการ์ดเข้าด้วยกัน

ทีมเล่าว่าแนวคิดนี้เริ่มต้นจาก Set Lead ของทีมที่ทำตัวทดสอบ Prototype มาทดลอง แล้วก็ถามทีมงานคนอื่น ๆ ขึ้นมาว่า

“ถ้าเราเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สร้าง Minions ของตัวเองได้ตามใจเลยล่ะ?”

แนวคิดดังกล่าวถูกมองว่า “แปลก” “บ้า” และน่าจะ “ยาก” เกินไป แต่หลังจากนำไปทดลองเล่น ทีมงานกลับพบว่ามันสนุกและเข้าท่ามากกว่าที่คิดกันไว้

ปัญหาคือ Assemble เป็นระบบที่ซับซ้อนจนผู้เล่นอาจไม่เข้าใจได้ทันที ทีมจึงลงทุนเพิ่มทั้งในด้าน Engineering, UI และ Design เพื่อสร้าง Prototype ของระบบ Interface ตั้งแต่ช่วงแรกของการพัฒนา และนำไปทดสอบกับผู้เล่นภายในอย่างต่อเนื่อง

เรียกได้ว่าทีมทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ระบบ Assemble สามารถเข้าถึงผู้เล่นได้ทุกคน

สุดท้ายทีมสร้าง Pool สำหรับ Assemble ขึ้นมา โดยผู้เล่นจะมาสามารถเลือกการ์ดมากกว่า 250 การ์ด เพื่อให้การใช้ Assemble ในแต่ละเกมให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และทำให้เกมแต่ละแมตช์มีความหลากหลายมากขึ้น

ทีมยังยอมรับว่าความกังวลเรื่องความเข้าใจของผู้เล่นเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดตั้งแต่แรก จึงมีการปรับ UI และ UX หลายรอบ รวมถึงใช้ Visual Effects เข้ามาช่วยให้กระบวนการเลือกและประกอบ Minion เข้าใจได้ง่ายขึ้น

“ถ้าแค่ดูตอนแรกผมเชื่อว่าหลายคนก็อาจจะรู้สึกงง ๆ กับระบบนี้ แต่ถ้าได้เล่นจริงจะรู้ครับว่า UI ต่าง ๆ ทำให้การใช้งานเข้าใจง่ายและสะดวกมาก ๆ”

การรักษาความเป็น Warcraft พร้อมสร้างสิ่งใหม่ไปด้วย

สำหรับการนำเนื้อหาอย่าง Old Gods ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Warcraft มาใช้ ทีมต้องทำงานร่วมกับ Lore Team และพูดคุยกับทีม World of Warcraft เพื่อดูว่าตัวละครเหล่านี้เคยถูกนำเสนออย่างไรมาแล้วบ้าง

หลังจากนั้นทีมจะสำรวจว่า Hearthstone สามารถตีความตัวละครเหล่านี้ไปในทิศทางใหม่ได้อย่างไร ก่อนส่งต่อไปสู่กระบวนการสร้าง Concept Art และงานศิลป์บนการ์ด

กระบวนการทั้งหมดจึงเกิดขึ้นผ่านการพูดคุยและทดลองหลายขั้นตอนก่อนที่จะเริ่มพัฒนา Expansion อย่างจริงจังนั่นเอง

Journal ใหม่รวมทุกอย่างของ Hearthstone ไว้ในที่เดียว

MAGE BE 259 enUS Isiset 129851 NORMAL

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเกมที่จะมีขึ้นก็คือ ระบบสมุดบันทึกหรือ Hearthstone Journal ที่ได้รับการออกแบบใหม่

เป้าหมายหลักของทีมคือทำให้ผู้เล่นสามารถเปิดเกมขึ้นมาแล้วรู้ได้ทันทีว่า ตอนนี้อะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดใน Hearthstone

ปัจจุบัน Event, Quest, Tavern Brawl, Expansion และกิจกรรมต่าง ๆ กระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของเกม ทีมงานจึงต้องการนำทั้งหมดมารวมไว้ในพื้นที่เดียว

Journal ยังจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับเล่าเรื่อง โดยทีมต้องการขยายการเล่าเรื่องของ Expansion แต่ละภาคให้มากกว่าแค่ข้อความบนการ์ดหรือภาพประกอบ และให้ผู้เล่นได้สัมผัสบรรยากาศของ Black Empire มากขึ้น

“เราอยากพาให้ผู้เล่นรู้สึกว่ากำลังเดินเข้าสู่ Black Empire กันจริง ๆ”

Journal จะมีทั้ง Quest, Time-Limited Event และกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่เดียว รวมถึง Seasonal Experience ที่จะช่วยเล่าเรื่องและขยายตัวละครตลอดช่วงของ Expansion ใหม่ ๆ ในหลังจากนี้

Black Market ให้ผู้เล่นเลือกเองว่าจะใช้รางวัลกับอะไร

Black Market เป็น Event รูปแบบใหม่ที่ให้ผู้เล่นได้รับ Currency จากการเล่น Hearthstone โดยเฉพาะในโหมด Ranked และนำไปแลกเป็น Pack, Card หรือ Cosmetic ที่ต้องการ

แนวคิดสำคัญคือการให้ผู้เล่นมีสิทธิ์เลือกเองว่าอะไรมีคุณค่ากับพวกเขามากที่สุด แทนที่จะได้รับรางวัลแบบกำหนดไว้ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว

ทีมงานมองว่านี่จะเป็นอีกทางหนึ่งในการเพิ่ม Reward ให้กับผู้เล่น พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ผู้เล่น ได้มีโอกาสพยายามได้ของที่ตัวเองอยากได้มาแบบฟรี ๆ

ในส่วนของระบบ Haggling หรือการต่อราคาทีมงานระบุว่าจะมีช่วงเวลาหลังจบ Event ที่ผู้เล่นสามารถนำ Currency ที่เหลือมาใช้ต่อได้ หากมี Currency ไม่พอสำหรับรางวัลบางชิ้นก็สามารถลองต่อรองกับ Mysterious Vendor เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง

ทั้งคู่ยังยืนยันกับเราว่าจะมีการเก็บ Feedback จากผู้เล่นและนำไปปรับปรุงระบบกันแบบต่อเนื่อง เพราะ Black Market เป็น Feature ใหม่ของเกม

Battlegrounds เพิ่ม Aberrations และ Old Gods

Stephen Chang
คุณ Stephen Chang

ใน Battlegrounds ทีมต้องการนำองค์ประกอบของ Old Gods จาก Reign of the Black Empire เข้ามาสู่โหมดนี้ด้วย และสุดท้ายเลือกสร้าง Minion Type ใหม่ที่ชื่อว่า Aberrations

หากมี Aberrations ตายครบ 3 ตัวภายในการต่อสู้ครั้งเดียว จะเป็นการเรียก Deity ออกมา โดย Deity จะมีอยู่หลายแบบ และอาจเป็นหนึ่งในเหล่า Old Gods ที่จะเข้ามาสร้างช่วงเวลาพิเศษขึ้นกลาง Combat

นอกจากนี้ Old God ที่ปรากฏจะสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละเกม ทำให้ผู้เล่นต้องปรับวิธีสร้าง Warband เพื่อใช้ประโยชน์จาก Aberrations ที่มีอยู่

ทีมยอมรับว่าความสมดุลของระบบใหม่เป็นหนึ่งในสิ่งที่กังวลอยู่เสมอ แต่เชื่อว่าการทดสอบอย่างต่อเนื่องและการอัปเดต Balance ของ Battlegrounds จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังเปิดให้ผู้เล่นจริงได้ทดลอง (แต่ก็ยอมรับว่าสุดท้ายน่าจะมีคอมโบสุดโหดถูกค้นพบโดยผู้เล่นในภายหลัง)

“อย่าหยุดลองสิ่งใหม่” คือหัวใจของ Hearthstone

Eric Larson
คุณ Eric Larson

เมื่อถูกถามว่าหลังจากนี้ไป Hearthstone จะมุ่งหน้าไปทิศทางไหน และทางทีมคิดว่าอะไรเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเกมนี้ ทั้งคู่ไม่ได้มองว่ามันคือระบบใดระบบหนึ่ง แต่เป็นแนวคิดเรื่อง การทดลองสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง

“เราคิดว่าหัวใจของเกมนี้สำหรับพวกเราคือการลองสิ่งใหม่ ๆ เสมอแบบไม่หยุดพัก”

ทีมชี้ให้เห็นทั้งการนำคลาสที่ 12 อย่าง Monk เข้ามา การปรับปรุง Journal และระบบใหม่ของ Battlegrounds ซึ่งทั้งหมดสะท้อนแนวคิดในการพยายามสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เล่นอยู่เสมอ

อีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ทีมไม่ต้องการสูญเสียคือ เสน่ห์และความตลก ของ Hearthstone แม้เนื้อหาอย่าง Reign of the Black Empire จะมีบรรยากาศจริงจังและมืดมน แต่ทีมยังต้องการแทรกช่วงเวลาที่สนุกและตลกเข้าไปในเกมอย่างแน่นอน

ทีมยังเปิดเผยว่าบางครั้งพวกเขาจะทดลองไอเดียที่ดู “บ้า” หรือแปลกมาก แต่ถ้าทดลองแล้วทุกคนในทีมกำลังหัวเราะและรู้สึกสนุก พวกเขาจะเดินหน้าต่อ เพราะเชื่อว่าความสนุกที่เกิดขึ้นในทีมจะส่งต่อไปยังผู้เล่นได้

อนาคตของ Hearthstone ยังมีพื้นที่ให้ทดลองอีกมาก

DEATHKNIGHT BE EVENT 100 enUS ArrivaloftheOldGods 132669 NORMAL

เมื่อพูดถึงอนาคต ทีมมองว่า Hearthstone ยังมีโอกาสสร้างประสบการณ์ใหม่อีกมาก โดยเฉพาะกิจกรรมและ Tavern Brawl รูปแบบใหม่

หนึ่งในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ 2v2 Tavern Brawl ซึ่งทีมบอกว่าพวกเขาเคยทดลองแนวคิด 2v2 มาหลายครั้ง แต่ใช้เวลานานกว่าจะหาวิธีที่ลงตัว

เมื่อเจอ Prototype ที่เริ่มทำงานได้จริง ทีมจึงนำไปทดลองและปรับต่อจนกลายเป็นระบบที่พร้อมจะนำไปสู่ผู้เล่น

ทีมมองว่าการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในลักษณะนี้ยังมีพื้นที่ให้ทดลองได้อีกมาก และยังมีไอเดียจำนวนมากที่ยังไม่เคยถูกนำมาใช้

เบื้องหลัง Mechanic ใหม่คือการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก

ทีมอธิบายว่าการสร้าง Mechanic ใหม่ไม่ได้เริ่มต้นจากเวอร์ชันที่สมบูรณ์ แต่เกิดจากการทดลองหลายรอบ

กรณีของ Old Gods ทีมลองหลายรูปแบบก่อนจะได้ระบบ 4 ความสามารถและใช้ได้ 2 ครั้งต่อเทิร์น ซึ่งเกิดจากการทดลองกับ Y’Shaarj ก่อน แล้วพบว่าแนวทางดังกล่าวทำงานได้ดีที่สุด จึงนำแนวคิดนั้นไปใช้กับ Old Gods ตัวอื่น

ทีมยังมีการ Playtest อย่างต่อเนื่อง และไม่ได้ให้เฉพาะ Designer ทดลองเท่านั้น แต่จะนำระบบที่กำลังพัฒนาให้ทั้งทีมเข้ามาเล่น ไม่ว่าจะเป็น Engineer, UI Designer, QA หรือทีมอื่น ๆ

สิ่งที่ทีมต้องการรู้ไม่ใช่เพียงว่า Mechanic นั้น “ทำงานได้หรือไม่” แต่รวมถึงคำถามว่า สนุกหรือไม่, เข้าใจง่ายหรือไม่ และสร้างความรู้สึกประหลาดใจที่ดีหรือเปล่า

หาก Feedback ออกมาดี ทีมจะเดินหน้าต่อ แต่ถ้ายังไม่โดนใจ พวกเขาจะกลับไป Iterate และ Polish จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

Hearthstone ในอีก 10 ปีข้างหน้า

เมื่อถูกถามว่าอยากให้ Hearthstone มีความหมายอย่างไรกับผู้เล่นที่อยู่กับเกมมานานกว่า 10 ปี ทีมตอบว่าพวกเขาต้องการให้ผู้เล่นยังคงได้สัมผัสความสนุก ความแปลกประหลาดแบบ Hearthstone รวมถึงการเล่นกับเพื่อนและจดจำช่วงเวลาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในเกม

Eric หวังว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้เล่นจะยังคงพูดถึงเรื่องราวและ Mechanic ที่เกิดขึ้นใน Reign of the Black Empire รวมถึงสิ่งใหม่ ๆ อย่าง Monk

ขณะที่ Stephen มองว่า Hearthstone ให้ความรู้สึกเหมือน “บ้าน” สำหรับตัวเขาเอง และต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกแบบเดียวกัน

“ผมหวังว่าเวลาแฟน ๆ เล่น Hearthstone พวกเขาจะรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้าน”

สุดท้าย ทีมยังยืนยันว่าพวกเขาจะพยายามทำให้ผู้เล่นประหลาดใจด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ ต่อไป พร้อมกับนำความทรงจำและ Nostalgia จากอดีตกลับมาใช้ในรูปแบบใหม่

“เราหวังว่าเราจะสร้างความสนุกต่อไปได้อีก 10 ปี และพอหันหลังกลับมามองก็มีความทรงจำดี ๆ ตลอดทาง และหวังว่าจะทำอะไรที่เซอรไพรส์แฟน ๆ ได้ต่อไปครับ”

และนี่ก็เป็นหัวใจของ Hearthstone ที่ทีมอยากเห็นในระยะยาว เกมที่ยังคงกลิ่นอายเดิม มีความสนุกและความขี้เล่นแบบที่แฟนคุ้นเคย แต่ยังพร้อมทดลองสิ่งใหม่อยู่เสมอนั่นเอง

Nuttawut Apiratwarakul

ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล (โน้ต) - ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนผู้หลงใหลในเกม RPG และเกมตระกูลดังจาก Blizzard ปัจจุบันติด Overwatch เข้าไส้

โฆษณา TruePoint แลกคุ้มรับต้นปี
Back to top