ทีมงาน GamingDose ได้มีโอกาสเล่น Like a Dragon: Pirate Yakuza in Hawaii เกมสปินออฟของ Yakuza ที่เต็มไปด้วยไอเดียบ้าบิ่น แปลกประหลาด และมีความแตกต่างจากทุกภาค เพราะเป็นเกมแรกที่เป็นธีมโจรสลัด ซึ่งเกมนี้ GamingDose จะมีรีวิวแบบจัดเต็มให้อ่านกันอย่างแน่นอน แต่ก่อนหน้านั้นเราอยากจะมาเล่าถึงความประทับใจแรก (และสิ่งที่ไม่ปลื้ม) ของเกมมาให้เหล่าแฟน ๆ ได้อ่านกันก่อน ว่าเรารู้สึกอย่างไรบ้างหลังจากที่เล่นเกมนี้ไปพักใหญ่ ๆ
แหวกแนว แปลกใหม่จากทุกภาค แต่เนื้อเรื่องธรรมดา (เกินคาด) ในช่วงเริ่มต้น
Like a Dragon เป็นเกมที่มีชื่อเสียงในด้านการเล่าเรื่องชวนน่าติดตามสไตล์ซีรีส์ มีเนื้อหาดรามากระแทกใจ และนำเสนอวงการอาชญากรรม กับสังคมเทา ๆ ของญี่ปุ่น แม้ไม่ได้นำเสนอแบบสมจริงที่สุด แต่เนื้อหายังคงอิงตามหลักความเป็นจริง แต่ภาค Pirate Yakuza in Hawaii นั้นได้แหวกแนวจากทุกภาค เพราะเปลี่ยนจากเกมที่เน้นนำเสนอเรื่องราวดรามา กลายเป็นเกมผจญภัย-โจรสลัดเกือบเต็มรูปแบบ
ในเกมนี้ ผู้เล่นรับบทเป็น Goro Majima อดีตยากูซ่าระดับ Veteran จู่ ๆ ได้ติดบนเกาะเล็ก ๆ ที่มีประชากรน้อยนิดแห่งหนึ่งชื่อว่า Rich Island เนื่องจากเจ้าตัวสูญเสียความทรงจำ จึงไม่สามารถจำได้ว่าทำไมเจ้าตัวถึงเดินทางมาต่างถิ่นตั้งแต่แรก นอกจากนั้น เจ้าตัวได้สร้างศัตรูกับกลุ่มอันธพาลที่อ้างตัวว่าเป็น “โจรสลัด” อีกด้วย เพราะไม่มีทางเลือกมากนัก Majima จึงตัดสินใจออกเดินทางทั่วมหาสมุทรตามเบาะแส เพื่อทวงคืนความทรงจำของตัวเองกลับคืนมา พร้อมสานฝันของ Noah Rich เด็กชายที่ต้องการออกผจญภัยสู่โลกภายนอกให้เป็นจริง
จากที่สัมผัสเกมมา พบว่า Pirate Yakuza in Hawaii มีธีมแตกต่างจากเกมหลักแบบเห็นได้ชัด เพราะภาคนี้เป็นเนื้อเรื่องแนวผจญภัยมากกว่าเป็นเกมแนวอาชญากรรม แม้จะมีการนำเสนอเรื่องราวแวดวงใต้ดินอยู่บ้าง แต่มีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับเกมหลัก
แม้การทำเกม Like a Dragon เนื้อเรื่องโจรสลัด แสดงให้เห็นว่าทีมงาน Ryu Ga Gotoku Studio กล้าทดลอง กล้าเสี่ยง หรือกล้าทำอะไรใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากเดิม และยอมรับว่าการได้เห็นตัวละครหลายคนคอสเพลย์ และจำลองบทบาทเป็นโจรสลัดอย่างจริงจัง จะมอบความขำขันให้กับผู้เล่น แต่จากความรู้สึกส่วนตัว คิดว่าเนื้อเรื่อง (อย่างน้อยในช่วงเริ่มต้น) มีเรื่องราวไม่ค่อยน่าสนใจหรือชวนให้อยากติดตามเท่าไหร่ เพราะเป็นช่วงที่ Majima ต้องตั้งเนื้อตั้งตัว เตรียมก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดของตัวเอง ซึ่งเป็นช่วงที่เนื้อเรื่องแทบไม่ได้เดินหน้าเลย เพราะเกมต้องสอนระบบต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงเริ่มต้นของเนื้อเรื่องจะยังธรรมดา ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับเกม Like a Dragon หลายภาค แต่ไม่แน่ว่าเนื้อเรื่องอาจจะระทึกมากขึ้นในช่วง Climax ที่มีการเฉลยปมปริศนามากขึ้นเรื่อย ๆ
ระบบการต่อสู้รวดเร็วตามสไตล์ Majima แต่การต่อสู้ทางเรือขาดความลึก
อย่างที่แฟน ๆ หลายคนทราบกันดี Kiryu Kazuma และ Goro Majima มีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกัน ขณะที่ Kiryu จะเน้นการต่อยเตะที่หนักแน่น Majima นั้น จะเน้นการโจมตีรวดเร็วดั่งสายฟ้าและมีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งทีมงาน RGG สามารถทำให้ระบบการต่อสู้ของ Majima ที่เร็วอยู่แล้วในภาค 0 ทำให้เร็วกับยืดหยุ่นมากขึ้นในภาค Pirate Yakuza in Hawaii
Majima ในภาค Pirate Yakuza in Hawaii จะมีสไตล์การต่อสู้ 2 แบบ ระหว่างท่าดั้งเดิมอย่าง Mad Dog Style และท่าใหม่อย่าง Sea Dog Style ที่เปลี่ยนเป็นการใช้ดาบคู่ ร่วมกับอุปกรณ์โจรสลัด
นอกจากนี้ Pirate Yakuza in Hawaii เป็นภาคแรกที่ตัวละครสามารถกระโดดระหว่างต่อสู้ได้ และระหว่างกระโดดก็สามารถพุ่งหลบกลางอากาศ ทำให้การเคลื่อนไหวของตัวละครมีความยืดหยุ่นสูง รวมถึงมีฟีเจอร์ใหม่เป็นการเตือนว่าผู้เล่นกำลังจะถูกโจมตีจากกระสุนปืนระยะไกล ก็ช่วยทำให้เกมมีความแฟร์ ลดความตึง และเพิ่มโอกาสรอดจากการโดนโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย
แม้ท่าต่อสู้ Mad Dog Style และ Sea Dog Style แตกต่างกัน แต่เพราะทั้ง 2 สไตล์มีความรวดเร็วในการโจมตีเกือบเท่ากัน และสามารถสลับสไตล์ท่าต่อสู้ได้รวดเร็วในเวลาเพียง 1 วินาที ผู้เล่นจึงสามารถโจมตีแบบทำคอมโบได้ด้วยการสลับระหว่าง 2 สไตล์ เพราะระบบการต่อสู้ที่รวดเร็ว สามารถทำคอมโบ และมีความลื่นไหลมาก ๆ ทำให้มองผ่าน ๆ นึกว่าเป็นเกมนี้เป็นเกม Hack and Slash สุดเมามัน
แต่เมื่อลองจับเล่นจริง ๆ จะพบว่าระบบการต่อสู้เกมนี้ยังไม่ถึงขั้นเรียกว่าเป็น Hack and Slash ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะยังมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่สามารถต่อคอมโบกลางอากาศได้แบบตามใจชอบ และศัตรูบางตัว (โดยเฉพาะบอส) สามารถขัดจังหวะการทำคอมโบของเราได้ รวมถึงการกระโดดระหว่างต่อสู้ ก็สามารถทำได้เฉพาะเมื่อไม่ได้กดตั้งท่าต่อสู้หรือการปล่อยปุ่ม R1 เท่านั้น ทั้งที่ควรสามารถกระโดดได้ตลอดเวลา แต่ถึงจะมีข้อเสียเล็กน้อย แต่ตอนนี้ ขอพูดเต็มปากเลยว่า Pirate Yakuza in Hawaii น่าจะเป็นภาคที่มีระบบการต่อสู้ลื่นไหลที่สุดแล้วตอนนี้ (ใช่ครับ ดีกว่าภาค Gaiden: The Man Who Erased His Name อีก)
ในส่วนของเกมเพลย์ที่ไม่ได้น่าประทับใจเป็นพิเศษ ณ ตอนนี้ ก็ไม่มีทางหนีพ้นเรื่องระบบการต่อสู้ทางเรือที่เล่นง่ายแต่ขาดความลึก ซึ่งต้องอธิบายก่อนว่าเรือรบในเกมนี้จะสามารถโจมตีได้สามแบบ ระหว่างโจมตีด้านหน้า ด้านซ้าย กับด้านขวา ซึ่งระหว่างการรบ ผู้เล่นสามารถบังคับเรือได้ตามใจชอบ และสามารถกด Boost เพื่อเพิ่มความเร็วได้ตลอดเวลา
การเผชิญหน้าศัตรูบนท้องทะเล ไม่ต่างจากการเจอศัตรูบนบก ที่เราสามารถหลีกเลี่ยง หนี หรือต่อสู้เพื่อเอาไอเทมที่ดรอปจากศัตรู แต่เนื่องจากระบบการต่อสู้ทางเรือขาดความลึก มีรูปแบบการโจมตีน้อย และเรือไม่ได้มีความเร็วมากนัก (ซึ่งก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล) ทำให้การต่อสู้ทางเรือในช่วงแรกจะรู้สึกสนุกสนาน แต่เล่นไปเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกจำเจ จนเกิดความรู้สึกอยากใช้ Fast Travel ระหว่างการเดินทางบนมหาสมุทร ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเกมโจรสลัด
มินิเกมมีความหลากหลาย สนุกเหมือนเดิม แม้เป็นการรียูสจากภาคเก่า
แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นเกม Like a Dragon อย่างแท้จริง หากไม่มีมินิเกมให้เล่น ซึ่งเกมภาค Pirate Yakuza in Hawaii ก็ยังเต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงคาราโอเกะ, เล่นสนุกเกอร์, ปาเป้า, ถ่ายรูป, เล่นเนื้อเรื่อง Substories เฮฮา และกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยผ่อนคลายจากการเล่นเนื้อเรื่องหลัก
แต่หากคาดหวังว่า Pirate Yakuza in Hawaii จะมีมินิเกมใหม่ ๆ ก็อาจจะต้องล้มเลิกความคิดดังกล่าว เพราะมินิเกมใหม่ในภาคนี้ส่วนใหญ่ คือการนำมินิเกมเก่ามาเปลี่ยนกฎ เปลี่ยนการนำเสนอให้เข้ากับธีมโจรสลัด หรือแตกต่างจากของเดิม เช่น Bang Bang Batting Center คือมินิเกมเบสบอลที่เปลี่ยนมาเป็นตีลูก Cannonball แล้วเปลี่ยนกฎให้เล่นง่ายขึ้น หรือ Minato Girl คือมินิเกมแนวจีบสาว เน้นเลือกตอบคำถามที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด แต่เป็นเนื้อเรื่องใหม่ และใช้นักแสดงแขกรับเชิญคนใหม่แทน
แม้มินิเกมจะรียูสจากภาคเก่า แต่โดยรวมแล้ว หลายโหมดยังเล่นได้สนุกสนาน ชวนให้เพลิดเพลินตามมาตรฐานของเกม Like a Dragon
สรุป
จากการเล่นประมาณ 10 ชั่วโมง เรารู้สึกสนุกสนานกับการการเล่น Pirate Yakuza in Hawaii ด้วยมินิเกมที่หลากหลาย ระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหลรวดเร็วกว่าทุกภาคที่ผ่านมา และการนำเสนอธีมโจรสลัดที่แหวกแนวจากทุกภาค แม้เนื้อเรื่องในช่วงแรกจะขาดอิมแพค และระบบการต่อสู้ทางเรือจะขาดความลึกก็ตาม ซึ่งต้องขอย้ำว่าบทความนี้เป็นเพียงแค่การแสดงความรู้สึกหลังจากเล่นไปช่วงแรกเท่านั้น และยังไม่ใช่การตัดสินตัวเกมครั้งสุดท้าย โดยบทความรีวิวฉบับเต็มจะตามมาในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน
Like a Dragon: Pirate Yakuza in Hawaii วางจำหน่าย 20 กุมภาพันธ์นี้ บนระบบ PC, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One และ Xbox Series