สารบัญ / Contents
‘Doom’ คือหนึ่งในวิดีโอเกมที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อวงการ มันคือต้นกำเนิดของการพัฒนาเกมแบบใหม่ มันคือเกมที่บุกเบิกทางเทคโนโลยีกราฟิกในช่วงต้นยุค 90s และสำคัญที่สุด คือมันเป็นเกมที่ให้กำเนิดนิยาม ‘First-Person Shooter’ ซึ่งหนึ่งในคนสำคัญที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา นั่นก็คือ ‘จอห์น โรเมโร่’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ id Software และเป็นผู้ออกแบบเกม Doom นั่นเอง
ซึ่งในวันนี้เขาได้เดินทางมาถึงเมืองไทยในฐานะแขกรับเชิญคนสำคัญของงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 เพื่อมาพูดคุยถึงแนวคิดต่อการพัฒนาเกมในปัจจุบัน รวมถึงได้รับการเสนอเข้ารับรางวัล Life-time achievement อีกด้วย และผู้เขียนก็ได้มีโอกาสในการเข้าร่วมการสัมภาษณ์กับคุณโรเมโร่ ร่วมกับสื่อต่าง ๆ ของไทย ก็ลองมาดูกันว่าเขาจะตอบรับอย่างไรกับคำถามจากเกมเมอร์ไทยอย่างเรา ๆ
แนวคิดในการสร้าง Doom ภาคแรกนั้นเรียบง่ายกว่าที่คิด

คำถามแรกที่ GamingDose ได้มีโอกาสถามคุณโรเมโร่ก็คือ “เกม Doom ยุคคลาสสิค นับเป็นเกมขึ้นหิ้งไปแล้ว ต่อให้กลับมาเล่นยุคนี้ด้วยแผนที่ที่ผู้เล่นสร้างกันเองก็ยังสนุก ซึ่งในช่วงเวลาที่เขาสร้างเกมนี้ เขามีแนวทางการคิดอย่างไรในการออกแบบ”
คุณโรเมโร่ก็ตอบว่า ณ เวลานั้น พวกเขามีเป้าหมายเดียวเลยนั่นคือ การสร้างเกมที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้ พวกเขาสร้างหลายอย่างจากศูนย์ ด้วยการโปรแกรมมิ่งที่ใช้หลายภาษาเพื่อทำให้เกมเล่นบนระบบปฎิบัติการ MS-DOS รวมทั้งการสแกนภาพจากของเล่นหรือวัตถุต่าง ๆ เข้าไปเป็นพื้นผิวในเกม ซึ่งรวม ๆ แล้ว มันทำให้ทีมและตัวของเขา ต้องเปลี่ยนแนวคิดในการทำเกมมากมายเลยทีเดียว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็นับว่าคุ้ม เพราะมันได้กลายเป็นตำนานเกมที่ยังสนุกจนถึงตอนนี้
เกมยิงหรือเกมไหน ๆ ก็ล้วนวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย

ในเมื่อเขาเป็นผู้บุกเบิกเกมยิงแบบนี้ เราเลยขอถามไปอีกคำถามว่า คุณโรเมโร่ รู้สึกว่าเกมยิงสมัยนี้ดูจะซับซ้อนหรือพยายามเป็นอะไรมากไปหรือเปล่า? อย่างเช่นเกมยิงสมัยนี้ที่ชอบแทรกช่วง Open world เข้ามาที่ทำให้เกมน่าเบื่อ (ซึ่งเราไม่ได้โทษเกมไหน) คุณโรเมโร่ มีความเห็นอย่างไร?
เขาก็ตอบว่า เขารู้สึกดีกับการที่ได้เห็นเกมยิงมีการเปลี่ยนแปลงและแตกแขนงไปมากมาย อย่างสมัยนี้เราก็ได้เห็นเกมมัลติเพลเยอร์ที่เน้นการแข่งขันอย่าง Valorant, Rainbow Six Siege และเกมยิงแนวฮีโร่อย่าง Overwatch หรือแม้แต่เกมยิงแนวกลยุทธิ์จริงจังอย่าง Ghost recon

แต่ละค่ายต่างพยายามสร้าง sub-genre ของตัวเอง ซึ่งการใส่ระบบ Open world เข้ามาในเกมยิง มันก็ถือเป็นการสร้าง sub-genre ใหม่ขึ้นมา ซึ่งถ้าผู้พัฒนาไม่มีการลองแนวคิดใหม่ ๆ การพัฒนาก็จะไม่เกิด ซึ่งถ้าผู้เล่นชอบประสบการณ์ของ sub-genre นั้น ๆ พวกเขาก็จะได้หาทางพัฒนาต่อยอดมัน แต่หากผู้เล่นไม่ชอบพร้อมตอบรับด้วยเสียงก่นด่า อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้รู้ว่านี่คือแนวทางที่พวกเขาไม่ควรไปต่อ
แต่คุณ โรเมโร่ ย้ำว่าเขาชอบการลองไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แถมยังบอกด้วยว่า เกมยิงที่เขาชอบที่สุดในเวลานี้นั่นคือ ‘Ghost Recon: Breakpoint’ ที่เขาบอกเลยว่า เขาเล่นมันมาแล้วกว่า 1,200 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ยิ่งเวลาผ่านไป ลูกเล่นเจ๋ง ๆ ในโลกวิดีโอเกมก็มีเพิ่มขึ้น

กับอีกคำถามจากสื่อท่านหนึ่งที่ได้ถามคุณโรเมโร่ นั่นคือในเมื่อ Doom มันเป็นเกมที่เร็ว ดุเดือด เร้าใจอย่างนี้ คุณ โรเมโร่รู้สึกว่าในเวลานี้เขามีไอเดียอะไรที่คิดว่ามันสามารถต่อยอดให้ Doom เจ๋งขึ้นไปกว่านี้ได้อีกหรือไม่?
ซึ่งเขาก็ได้ตอบว่า ในเวลานี้มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เคยดังเปรี้ยงปร้าง อย่างการมาถึงของเกมแนว Battle Royale ที่เปลี่ยนทุกอย่างไปหมด หรือจะเป็นเครื่องเล่น VR ที่ล้ำยุคมาก แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีไอเดียไหนที่เขารู้สึกว่ามันจะเป็นที่สุดที่ทำให้เกมนั้น ๆ เหนือกว่าทุกเกม
อย่างเกมที่นิยมมากก็ไม่ได้เป็น Battle Royale เสมอไป หรือการเล่นเกมแบบ VR ที่ตื่นตาตื่นใจ สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นที่นิยม ซึ่งหากจะให้เขาคาดเดาก็คงจะเป็นการมาถึงของ AI (ที่ไม่ใช่ Generative AI) ซึ่งหลายเจ้าเริ่มใช้มันในการพัฒนาเกมมานานแล้ว ทำให้ NPC มีชีวิตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นอาจจะเป็นสิ่งใหม่ที่ทำให้วิดีโอเกมเจ๋งขึ้น โดยไม่ได้จำกัดแค่ Doom เกมเดียว
Generative AI ไม่มีทางทดแทนงานสร้างมือได้
คำถามที่น่าสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ท่านอื่นคือ คุณโรเมโร่มีความเห็นอย่างไรบ้างกับการสร้างเกมโดยใช้ Generative AI ในปัจจุบัน อย่างในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งในปี 2024 แม้คุณโรเมโร่เคยบอกว่าเกมของเขาไม่มีส่วนใด ๆ ที่เกิดจากการเจน AI แต่ด้วยการพัฒนาของ AI ที่ล้ำยุคขึ้นทุกวัน ในตอนนี้ตัวเขาเริ่มเห็นต่างจาก 2 ปีก่อนหรือไม่? ถ้าไม่เพราะอะไร?
คุณโรเมโร่ก็ตอบว่า เขายังคงคิดเหมือนเดิมคือเกมที่เขาทำจะไม่มีสิ่งของที่เจน AI ทั้งนั้น ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเขารักในการทำเกม การได้ออกแบบ ได้สร้างสรรค์ผลงาน คือความสุขของนักพัฒนาเกมทุกคน ซึ่งมันคงไม่ถูกกับการบอกให้ Generative AI ช่วยสร้างเกมขึ้นให้แทน
อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองก็ไม่ปฏิเสธในการให้ AI กลายมาเป็นเครื่องมือในการทดสอบหรือตรวจหาความผิดพลาดของเกม เพราะมันประหยัดเวลาและช่วยลดภาระลงได้เยอะมาก ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับการทำงานในด้านของความสร้างสรรค์ ยิ่งกับใครที่อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ระดับสูง เราก็จำเป็นจะต้องหัดเขียนโค้ดให้เป็นด้วยตัวเอง ทำซ้ำ ๆ เป็นพัน ๆ ครั้ง จนกว่าผลงานของเราจะออกมาใช้ได้ ซึ่งถ้าเราไม่เคยหัดทำแบบนั้นและให้ AI ช่วยสร้างทุกอย่างให้อย่างเดียว เราก็จะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดีไม่ได้เลยนั่นเอง
ยังไงผลงานที่ดีก็คือผลงานที่มนุษย์รังสรรค์

คุณโรเมโร่บอกว่าตัวเขาไม่มีความกังวลใด ๆ เลยเกี่ยวกับ AI ที่จะมาแทนที่การสร้างสรรค์เกมใหม่ ๆ โดยเขาให้เหตุผลว่า AI สามารถสร้างสิ่งที่มีมาก่อนแล้วเท่านั้น มันไม่สามารถสร้างอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ได้เลย ดังนั้นผู้ที่จะกำหนดทิศทางของเกมใหม่หรือความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ สุดท้ายก็คือตัวเราเองอยู่ดี ไม่มีทางที่ AI จะคิดค้นเกมการเล่นแบบใหม่ หรือการนำเสนอแบบใหม่ได้
ซึ่งนั้นคือสิ่งที่เราจะต้องคิดค้นมันขึ้นมาเพื่อเอาไปเสนอให้กับผู้ที่จะมาร่วมลงทุนกับเราในการสร้างเกม และเราต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง เพราะการสร้างเกมเกมหนึ่ง มันใช้ทั้งเวลาและทุนทรัพย์เยอะมาก
เราจะต้องคิดว่าในอีก 1 ปี 5 ปี หรือเท่าไหร่ก็ตามแต่ ผู้เล่นทั่วไปจะยังสนใจไอเดียเกมของเราหรือไม่ มันคือหน้าที่ของนักออกแบบเกมในคาดการณ์อนาคต ซึ่งไม่มีวันที่ AI จะมาทดแทนสิ่งนี้ ดังนั้นหากเราจะใช้ AI สร้างเกมกันอย่างเดียว มันก็จะเป็นเกมที่ไม่มีอะไรใหม่ และไม่มีใครสนใจ ซึ่งมันก็มีตัวอย่างให้เราเห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ดังนั้น ความสร้างสรรค์ของผู้พัฒนานั้นเหนือกว่า AI เสมอ
แม้ว่าในปัจจุบันเราอาจจะไม่ได้เห็นผลงานของเขาที่เป็นสุดยอดเกม AAA จากสตูดิโอใหญ่ ๆ แต่คุณจอห์น โรเมโร่ ก็ยังคงเป็นผู้คร่ำหวอดของวงการ และยังคงทำงานอยู่ในแวดวงการพัฒนาเกม แถมยังปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ แม้การสัมภาษณ์ครั้งนี้เราจะได้พูดคุยกันในเวลาสั้น ๆ แต่ก็นับว่าเป็นข้อคิดที่ดีมากสำหรับผู้พัฒนาเกมหน้าใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาในวงการนี้












