GamingDose

Support

BY Kawikon Kangkavakin

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold | เบื้องหลังการชุบชีวิตเกมแพลตฟอร์มเมอร์ยุคคลาสสิก

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold
1 Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

ใครที่เป็นเกมเมอร์ปีลึกที่หลงใหลในเกมแนวแพลตฟอร์มเมอร์ ก็คงจะคุ้นเคยกับแฟรนไชส์ Rayman กันเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่ผลงานชื่อนี้หายหน้าหายตาจากวงการเกมไปนานถึง 13 ปี ในที่สุดมันก็ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน Rayman Legends Retold ที่เป็นเกม Rayman Legends ฉบับรีเมค (คลิกอ่านพรีวิวเกมนี้ของเราได้) แล้วไหน ๆ ทางผู้เขียนก็เพิ่งได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold อย่าง Alessandro Arndt Mucchi ที่เป็น Production Director ไปในงาน gamescom asia x Thailand Game Show ที่ผ่านมา เราจึงขอมาแชร์แง่มุมเบื้องหลังเกี่ยวกับเกมนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน

การวางรากฐานสู่อนาคตใหม่ของ Rayman

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

เมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้นและเป้าหมายหลักในการพัฒนาเกมนี้ ทางคุณ Alessandro ก็ได้เล่าว่าทีมงานต้องการใช้ Rayman Legends Retold เป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของ Rayman โดยยึดเอาความยอดเยี่ยมของภาคดั้งเดิมมาเป็นจุดออกสตาร์ต และมีหัวใจสำคัญเป็นเสน่ห์และแก่นแท้ของ Rayman Legends

ไม่ว่าจะเป็นจังหวะความลื่นไหลของเกมเพลย์ แอ็กชันที่เกมเมอร์หน้าเก่าคุ้นเคย รวมไปถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเหล่าตัวละคร ในขณะเดียวกัน ทีมงานก็ต้องการยกระดับการเล่าเรื่อง การสร้างโลก และมิติของตัวละครให้เข้มข้นขึ้น พร้อมทั้งใส่ความหลากหลายให้กับประสบการณ์การเล่นเข้าไปด้วย

เปิดโลกสู่งานภาพ 3 มิติเต็มรูปแบบ

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนจากผลงานรีเมคครั้งนี้ก็คือการเปลี่ยนผ่านจากภาพสองมิติ ไปสู่งานภาพและสภาพแวดล้อมแบบ 3D เต็มรูปแบบนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ตัวเกมก็ยังคงระบบการเล่นแบบ Side-scrolling ไว้ได้อย่างไหลลื่นอยู่ โดยคุณ Alessandro เปิดเผยว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการทำให้เกมทำงานบน “สองเอนจินพร้อมกัน”

โดยระบบฟิสิกส์และการคำนวณเกมเพลย์ทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังจะยังคงรันอยู่บน UbiArt Framework ซึ่งเป็นเอนจินดั้งเดิมของ Rayman Legends ทำให้ลอจิกและจังหวะการควบคุมของเดิมไม่ถูกแตะต้องหรือดัดแปลงเลยแม้แต่น้อย ทำให้คนที่เคยเล่นเกมภาคต้นฉบับมาก่อนก็ยังได้สัมผัสประสบการณ์แบบในเกมต้นฉบับอยู่

ส่วนงานภาพด้านหน้าจะเรนเดอร์และประมวลผลด้วย Snowdrop Engine โดยทีมงานต้องใช้เวลาลงแรงเพื่อขัดเกลาแอนิเมชันและความรู้สึกในการเล่นกันหนักมาก เพื่อให้ภาพสามมิติแบบใหม่เชื่อมต่อเข้ากับรูปแบบเกมเพลย์เดิมได้เนียน ๆ

พูดแบบภาษาบ้าน ๆ ให้เข้าใจง่ายก็คือ Rayman Legends Retold ใช้เอนจิน 3 มิติซ้อนไปกับเอนจิ้น 2 มิตินั่นเอง

ด่านที่คงกลิ่นอายเก่า แต่ก็อุดมไปด้วยความใหม่

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

ในส่วนของด่านที่นำมารีเมกนั้น คุณ Alessandro ยืนยันว่าหากตัดกราฟิกใหม่ออกไป ผู้เล่นจะพอเห็นโครงด่านจาก Legends ภาคดั้งเดิมได้แบบครบถ้วนเลย ซึ่งการมีโค้ดและแกนของเกมเดิมรองรับอยู่เบื้องหลัง ได้ช่วยลดความยุ่งยากไปได้ระดับหนึ่งเพราะไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จากศูนย์

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงคือการสร้างเนื้อหาและด่านใหม่ ๆ เข้าไปเพิ่มเติม เนื่องจากตัวเกมภาคดั้งเดิมทำมาตรฐานเอาไว้สูงมาก ทำให้ทีมงานต้องตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อให้คอนเทนต์ที่เพิ่มเข้าไปใหม่มีคุณภาพทัดเทียมกับของเดิม ซึ่งทางคุณ Alessandro ก็ได้บอกว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้

นี่คือเกมทุกคนต้องสนุกได้ โดยไม่ต้องทนหงุดหงิด

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

สำหรับมุมมองเรื่องความยากในเกมแนวแพลตฟอร์ม คุณ Alessandro มองว่าเกมประเภทนี้ “ไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป” แม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์และชอบความท้าทาย แต่ก็ตระหนักดีว่ายังมีผู้เล่นกลุ่มอื่นด้วย เช่น เด็ก ๆ หรือผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการความสนุกสนานเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องสร้างเกมให้ยากเพียงเพราะอยากจะทำให้มันยากเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ตัวเกมจึงได้ใส่ตัวเลือก accessability เข้ามาอย่างเต็มที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นทุกระดับฝีมือได้สัมผัสเกมอย่างเท่าเทียมกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณพ่อที่เป็นเกมเมอร์ต้องการนั่งเล่นเกมกับลูก ๆ ที่ยังเล่นไม่เก่ง เด็ก ๆ ก็สามารถเปิดตัวเลือกช่วยเหลือเหล่านี้เพื่อร่วมสนุกไปพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องรู้สึกหงุดหงิดหรือหมดกำลังใจจากความยากของเกม

มนต์เสน่ห์ด่านดนตรีที่ผนึกกำลังสองคอมโพเซอร์ระดับตำนาน

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

ด่านดนตรีถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจดจำที่สุดของซีรีส์นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งกว่าจะได้ด่านที่ยอดเยี่ยมระดับนี้ขึ้นมา ทางทีมออกแบบด่านกับนักแต่งเพลงต้องร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดกันมาก ๆ โดยฝั่งนักออกแบบด่านจะนำเพลงมาเป็นตัวตั้งในการวางตำแหน่งแพลตฟอร์ม การจัดวางศัตรู และจังหวะปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ตลอดทั้งด่าน

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการร่วมงานกันของสองคอมโพเซอร์ฝีมือระดับพระกาฬ อย่าง Christophe Héral ผู้ประพันธ์ดนตรีให้กับ Rayman Legends ภาคดั้งเดิมที่กลับมาทำเพลงใหม่ในโปรเจกต์นี้ ร่วมมือกับ Grant Kirkhope นักแต่งเพลงชื่อดังผู้อยู่เบื้องหลัง Mario + Rabbids, Banjo-Kazooie และ Donkey Kong Rap ซึ่งการผสานพลังของยอดฝีมือทั้งสองทำให้เพลงประกอบของเกมนี้ คือหนึ่งในองค์ประกอบของเกมที่คุณ Alessandro ชื่นชอบมากที่สุดเลย

ระบบ Co-op ยังคงป่วนเหมือนเคย

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

คุณ Alessandro เล่าว่า โหมด Co-op ในภาคนี้ยังคงรักษาความสนุกและความโกลาหลอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น มินิเกมยอดฮิตอย่าง Kung Foot ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่จนกลายเป็น Kung Foot Evo ซึ่งมอบอิสระในการปรับแต่งที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบแพลตฟอร์มในสนามประลอง หรือการเปิดใช้งานไอเทมเพิ่มพลังต่างๆ

สำหรับการเล่นด่านปกติร่วมกับเพื่อน ทีมงานได้เพิ่มระบบไฮไลต์ตัวละคร (Character Highlighting) เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก โดยผู้เล่นสามารถเปิดฟังก์ชันใส่สีและเส้นขอบเรืองแสงรอบตัวละครได้ เพื่อแก้ปัญหาการมองหาตัวละครตัวเองไม่เจอท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายบนจอ เมื่อผสานเข้ากับระบบช่วยเหลือด้านการเข้าถึง ก็ทำให้ผู้เล่นที่มีทักษะต่างกันสามารถสนุกไปด้วยกันได้อย่างราบรื่น

อนาคตและความเป็นไปได้ใหม่ของแฟรนไชส์

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Rayman Legends Retold

จากเท่าที่ได้คุยกับคุณ Alessandro ไป ดูเหมือนว่า Rayman Legends Retold จะเป็นตัวเปิดศักราชใหม่ให้กับแฟรนไชส์ Rayman เลย และมันก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อเหมือนกันว่าผู้คนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่จะหลงรักผลงานชิ้นนี้มากแค่ไหน

ส่วนเรื่องอนาคตแฟรนไชส์นั้น แม้ว่าจะยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึง แต่การทุ่มเทลงแรงกับผลงานเกมภาคนี้ก็ได้ปูทางสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย

สำหรับใครที่สนใจ Rayman Legends Retold… ตัวเกมก็มีกำหนดวางขายวันที่ 3 ธันวาคม 2026 นี้

Kawikon Kangkavakin

Kawikon Kangkavakin

กวีกร กังกเวคิน (กีวี่) – คนรักวรรณกรรมที่หลงใหลในโลกวิดีโอเกม ผู้จัดรายการ “วรรณเกม” และรับบทบาทเป็น Content Manager ประจำบ้าน GamingDose