Review : Resident Evil Resistance มัลติเพลเยอร์ที่เกมเพลย์สนุก แต่ขาดสมดุลพอสมควร

หลายคนอาจได้สัมผัสเกมนี้ไปตั้งแต่ช่วง Open Beta แล้ว แต่นั่นคือน้ำจิ้มเท่านั้น เพราะเกมเต็มที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับ Resident Evil 3 ได้กลายเป็นตัวเกมเต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากให้เราได้เล่นกันเยอะขึ้น แต่สุดท้ายแล้วมันจะคุ้มค่าหรือไม่กับการมัดพ่วงมากับ Resident Evil 3 หาคำตอบกันได้ใน Review : Resident Evil Resistance

Gameplay

เนื่องจากมันเป็นเกมออนไลน์ ดังนั้นเราจะข้ามในส่วนของเนื้อเรื่อง (ซึ่งอยู่ที่ Resident Evil 3 หมดแล้ว) และ Presentation ไปเลย แต่เราจะอธิบายเกมเพลย์การเล่นแบบคร่าว ๆ ให้ได้ฟังกันก่อน สำหรับเกมนี้เป็นเกม PVP แบบ 4VS1 ที่จะแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกจะเป็นฝ่ายมนุษย์ผู้รอดชีวิตซึ่งผู้เล่นจะต้องร่วมมือกัน 4 คน เพื่อหาทางออกจากด่าน ส่วนอีกฝั่งจะเป็น Mastermind หรือผู้บงการ คอยวางกับดักและขัดขวางไม่ให้ฝั่งมนุษย์หนีออกไปได้ หรือจะให้อธิบายแบบง่ายที่สุดเลยก็คือ เกมนี้มีรูปแบบการเล่นเดียวกันกับเกมยอดนิยมอย่าง Dead by Daylight นั่นเอง

เพียงแต่ระบบลูกเล่นของ Resistance นั้นมีเยอะกว่า Dead by Daylight มาก ในเกมนี้ฝั่งผู้รอดชีวิตแต่ละตัวจะมีสกิลความสามารถแตกต่างกันไป ทั้งต่อยผียับ ๆ แบบคริส เรดฟิลด์ในเกมต้นฉบับ ไปจนถึงยิงปืนได้ด้วยกระสุนไม่จำกัดราวกับเปิดโปรแกรมช่วยเล่นก็ เพียงแต่มันจะมีคูลดาวน์สกิล ทำให้เราจำเป็นต้องเลือกใช้งานแต่ละสกิลในเวลาที่เหมาะสม และมุมมองการเล่นของฝั่งผู้รอดชีวิตจะเป็นแบบ TPS หรือมุมมองบุคคลที่สาม

ในขณะที่ผู้เล่นฝั่ง Mastermind นั้นจะเล่นด้วยมุมมองผ่านกล้องวงจรปิดนับสิบตัวที่มีอยู่ในแต่ละด่าน แต่ละแอเรีย จากนั้นใช้สมองคิดอย่างหนักหน่วงว่า จะวางกับดักยังไง สั่งล็อคประตูไหน ซัมมอนซอมบี้ออกไปโจมตีตรงไหน ถึงจะสกัดพวกมนุษย์ได้ดีที่สุด และทีเด็ดเลยคือเราสามารถเข้าไปสิงร่างซอมบี้ที่ต้องการ แล้วจัดการเดินหน้าไปตบผู้เล่นได้ด้วยตนเอง เป็นอีกความสนุกหนึ่งที่หาได้จากฝั่ง Mastermind เท่านั้น

ในเกม 1 รอบ จะมีเวลาเริ่มต้นให้ 5 นาที เงื่อนไขการได้รับเวลาเพิ่มของฝั่งมนุษย์คือ ฆ่าซอมบี้ ทำภารกิจสำเร็จ และเปิดประตูไปสู่แอเรียถัดไปได้สำเร็จ ส่วนฝั่ง Mastermind จะหักเวลาของฝั่งมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อเราโจมตีมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ซอมบี้กัด มนุษย์เหยียบกับดัก หรือจัดการตบมนุษย์ด้วยน้ำมือตัวเองก็ย่อมได้ ด้วยระบบการนับเวลาเพิ่ม หักเวลาทิ้งแบบนี้ มันเลยเป็นการกดดันผู้เล่นทั้งสองฝั่งว่า จะทำยังไงถึงจะเอาชนะอีกฝ่ายได้

และหากว่ากันตามตรงแล้ว ฝั่งที่ดูจะเล่นยากกว่าน่าจะเป็นฝั่ง Mastermind ในความเห็นผู้เขียน เพราะสิ่งแรกสำคัญคือการจำแผนที่ให้ได้ การจำแผนที่ได้มีความสำคัญกับฝั่ง Mastermind ตรงที่จะทำให้ผู้เล่นวางกับดักถูกจุด และรู้ถึงจุดวางไอเทมภารกิจที่ฝั่งมนุษย์จะต้องมาหยิบ ทำให้เราวางแผนล่วงหน้าได้ หรือแม้กระทั่งสั่งปิดล็อคประตู ทำให้ฝั่งมนุษย์เสียเวลาได้เช่นกัน ขอบอกว่าเลยว่าการเล่น Mastermind ครั้งแรกแล้วคุณจะแพ้ มันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคุณจะงงกับคำสั่งมากมายที่เยอะกว่าฝั่งมนุษย์มาก ทั้งการสลับกล้อง การเสกไอเทมไปขัดขวาง เสกซอมบี้ลงไปลุย เรียกได้ว่า ไม่มีทางโปรกันแต่แรกได้เลย

แต่ถ้าฝึกจนเทิร์นโปรแล้ว ความสนุกจะบังเกิด เพราะคุณจะได้กลั่นแกล้งพวกมนุษย์ได้อย่างเต็มที่ ล่อให้เข้าไปในห้องแล้วขังล็อก วางกับดักให้เสียเวลา จากนั้นเสกซอมบี้ไปไล่รุม เรียกได้ว่าจัดเต็มจนเป็นฝันร้ายของทีมมนุษย์คุณก็ทำได้ ถ้าเก่งพอ

ในขณะที่ฝั่งมนุษย์ สามารถเดินสำรวจพื้นที่ได้ด้วยตนเอง แต่ก็ต้องจำแผนที่ให้ได้เช่นกัน และใช่ว่าฝั่งนี้จะไม่มีปัญหาในการเล่น เพราะการออกแบบด้วยมุมมอง TPS แถมยังเล่นกับคนอื่น ๆ อีก 3 คน ไม่ใช่เรื่องง่าย มันจะมีบางฉากที่สถานที่เป็นที่แคบ และทำให้เราถูกบีบด้วยมุมกล้องจนเล่นลำบาก แต่ก็ใช่ว่าฝั่ง Mastermind จะมีดีไปกว่ากันนัก เพราะหากซัมมอนซอมบี้ขนาดใหญ่มา เจ้าประตูเข้าออกบางจุดนี่ล่ะที่จะเป็นโอกาสให้เหล่าผู้เล่นฝั่งมนุษย์ใช้ Juke หนีเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี

การออกแบบฉากทำให้ฝั่งมนุษย์มีหน้าที่ในการค้นหาคีย์ไอเทมเพื่อใช้ในการผ่านด่าน รวมไปถึงในด่านจะมีไอเทมตัวช่วยอยู่ เช่น Green Herb สำหรับฟื้นฟูพลังชีวิตที่จำเป็นอย่างมาก และเงินในเกมนี้หรือ Umbrella Credits ก็จะจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะคุณต้องนำเงินไปซื้อตัวช่วยในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นระเบิด ปืน อาวุธ หรือยารักษาตัวเอง และกฎสำคัญของการเล่นฝั่งมนุษย์คือ อยู่ร่วมกันไว้ อย่าแยกฉายเดี่ยวเด็ดขาดถ้าไม่อยากล่มทั้งทีม

สนุกเกินคาด แต่ขาดสมดุล

นี่เป็นอีกหนึ่งระบบเราน่าจะคุ้นเคยกันดีจาก Dead by Daylight เช่นกัน เกมนี้จะมีระบบ Perks หรือสกิลเสริมต่าง ๆ ที่จะมาช่วยให้เราเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่แทนที่มันจะทำให้เกมสนุกขึ้น มันกลับทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างผู้เล่น

ใน Dead By Daylight นั้น แม้ว่าผู้เล่นระดับสูงกว่าจะปลด Perks ที่ดีกว่าได้ก่อน แต่ก็ไม่มีความต่างในการเล่นจริงเหมือนกับใน Resistance – ในเกมนี้นั้นผู้ที่มีเลเวลสูงกว่า จะปลดล็อคช่องใส่ Perks ได้มากกว่า แถมยังมีขีดจำกัดสูงสุดในการติดตั้ง Perks ได้สูงกว่า ที่หนักที่สุดคือฝั่ง Mastermind ที่จะได้เล่นตัวละครอื่น ๆ ได้มากกว่าด้วย ซึ่งตัวละครในระดับสูงนั้น ค่อนข้างจะมีความสามารถที่เหนือกว่ามาก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้เล่นเก่าและผู้เล่นใหม่

อย่างเช่นฝั่งมนุษย์ที่สกิลระดับสูงจะทำให้พังประตูที่ล็อคไว้ได้เร็วขึ้น ยิงกล้องวงจรให้พังได้เร็วขึ้น หรือแม้แต่อึดขึ้น ในขณะที่ฝั่ง Mastermind เอง ก็มีความสามารถในการจัดการซอมบี้ เสกซอมบี้ระดับสูงออกมาได้ดีกว่า แต่ที่โดดเด่นเลยคือยิ่งตัวละครระดับสูง ซอมบี้ระดับบอสที่เราเสกได้ก็จะยิ่งโหดมากขึ้นเท่านั้น แต่กลับกัน ถ้าเราเป็น Mastermind เลเวลต่ำ แล้วไปเจอฝั่งมนุษย์ระดับสูง เราก็จะสู้ได้ยากเช่นกัน เพราะคุณจะเจอมหกรรมแห่งการโดนแฮคกล้อง ยิงแรง เคลียร์ซอมบี้ไว จนคุณทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งดูพวกมนุษย์ผ่านด่านไปเรื่อย ๆ จนจบเกม

แม้ว่าระบบเกมเพลย์การเล่นจะโดดเด่น และทำให้การเล่นสนุกมาก แต่ ณ ตอนนี้บอกได้เต็มปากเต็มคำว่ามันขาดสมดุลการเล่นอย่างมาก และไม่เป็นมิตรกับผู้เล่นหน้าใหม่เอาเสียเลย

ปัญหาหลักในตอนนี้ คือการหาห้องเล่น

ข้อนี้ไม่พูดถึงไม่ได้จริง ๆ เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ในเกมออนไลน์ นั่นคือการหาห้องเล่นไม่ได้ และใช้เวลานานจนเกินไป

หากคุณเลือกเล่นเป็นฝั่งมนุษย์ การหาห้องอาจจะใช้เวลาราว ๆ 2-5 นาทีแล้วแต่ดวง ซึ่งเพียงเท่านี้ก็จัดได้ว่ามันนานจนเกินไปแล้ว เพราะเกมออนไลน์ปกติ การหาห้องเล่น 1 นาทีก็ว่านานแล้ว เจอเกมนี้เข้าไป บางทีลุกไปเข้าห้องน้ำ หาของกินมาเตรียมให้เสร็จสรรพ อาจจะเพิ่งได้ห้องเล่น

และที่เลวร้ายยิ่งกว่าและหาสาเหตุไม่ได้ คือไม่ทราบว่าเพราะอะไร Mastermind ถึงเป็นคลาสที่หาห้องเล่นได้ยากมาก จากประสบการณ์ผู้เขียนเคยเปิดเกมทิ้งไว้แล้วหาห้องในตำแหน่งนี้ พบว่าเวลาผ่านไปกว่า 20 นาทีแล้วก็ยังไม่ได้ห้องเล่น นี่เป็นปัญหาหนักที่ตัวเกมต้องเร่งแก้ไขด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะร้างในเวลาไม่นานเพราะคนไม่รู้จะไปเล่นกับใคร

Performance

RE Engine ยังคงทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี แม้จะถูกหยิบมาใส่ในเกมออนไลน์ ดังนั้นชัวร์ว่ามันกินสเปคเครื่องในระดับนึง แต่ก็ไม่มากจนเกินไปนัก ใครที่เล่น Resident Evil 7 , 2 และ 3 ฉบับรีเมคได้ก็เล่นเกมนี้ได้สบาย ๆ แน่นอน

ด้วยประสิทธิภาพเอนจิ้นเกมที่ไม่ได้เป็นรองใครอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยจะมีปัญหามากนัก ติดหนักก็คือปัญหาที่กล่าวไปด้านบนคือการหาห้องเล่นนี่ล่ะ

Resident Evil Resistance อาจเป็นการลองเชิงการสร้างเกมออนไลน์ของแฟรนไชส์ Resident Evil แต่เชื่อเหลือเกินว่า แม้ตอนนี้เกมเพลย์มันจะน่าสนใจ แต่ปัญหาใหญ่ที่รอคอยการแก้ไขก็ยังมีอยู่อีกมาก และแฟน ๆ หลายคนน่าจะอยากเห็นการกลับมาของ Outbreak มากกว่า

Verdict 6/10

 

 

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close