สตูดิโอผู้รับงานแก้ไขโมเดลของ Sonic ฉบับภาพยนตร์ ประกาศปิดตัวแล้ว หลังทีมสร้างทำงานหนักมากกว่าวันละ 17 ชั่วโมง


แม้ผลของการแก้โมเดลเจ้าเม่นสายฟ้า Sonic ในเวอร์ชั่นหนังโรงจะประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ทว่าเส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังผลงานชิ้นนี้มีอันต้องปิดตัวลงก่อนหนังฉาย แถมยังมีรายงานว่าเหล่าทีมงานต้องทำงานหนักมากจนแทบบ้ากันเลย

Sonicโดยทีมสตูดิโอดังกล่าวนี้มีชื่อว่า MPC Vancouver ก่อนตั้งขึ้นในปี 2007 ซึ่งเป็นสตูดิโอที่สร้างสรรค์ภาพเอฟเฟกต์ให้กับภาพยนตร์ชั้นนำมากมาย โดยมีผลงานชิ้นแรกคือ Watchmen ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก และมีการขยายตัวจนมีทีมงานมากกว่า 800 คน รวมไปถึงชนะรางวัลและอยู่เบื้องหลังในด้านการทำเอฟเฟกต์จากหนังหลายเรื่อง เช่น Life of Pi, Detective Pikachu, The Lion King เป็นต้น

ชาว Reddit คนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นอดีตพนักงานของ MPC ได้ให้ข้อมูลว่า ณ เวลานี้สตูดิโอ MPC Vancouver ได้ประกาศปิดตัวลงแล้ว ซึ่งหนึ่งในสาเหตุก็คือการทำงานล่วงเวลาแบบหามรุ่งหามค่ำจนไม่ได้พักผ่อน ซึ่งวันหนึ่ง ๆ พนักงานของบริษัทนั้นต้องทำงานนานกว่าวันละ 17 ชั่วโมงขึ้นไป  อันเนื่องมาจากการที่ต้องปรับแก้ไข CG ของเจ้าเม่นสายฟ้าในหนังเรื่อง Sonic The Hedgehog ที่เป็นประเด็นดราม่านั่นเอง และมีอีกงานหนึ่งที่ย่ำแย่ไม่แพ้กันที่ต้องแก้ไขควบคู่ไปด้วย

แม้การปรับแก้ไขงานจะไม่ได้ตึงมือถึงขนาดต้องทำวันละ 17 ชั่วโมงทุกวัน แต่เนื้องานที่ต้องจัดการนั้นก็หนักหนาสาหัสอยู่เช่นเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันอยู่ดี

นอกจากต้องใช้กำลังคนในการทำงานมากแล้ว ค่าใช้จ่ายในการปรับแก้ไขโมเดลนี้ก็สูงไม่แพ้กัน โดยมีการรายงานว่าทางทีมงานต้องใช้เงินมากกว่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,120 ล้านบาท และการปิดตัวของ MPC Vancouver นี้ก็อาจจะมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราต้องสูญเสียสตูดิโอที่รวมเหล่าศิลปินผู้ทำเอฟเฟกต์นี้ไปครับ