Serious Sam ศิลปะของเกมแอ็คชั่น “ถอยหลังยิง” สุดบ้าระห่ำ

เชื่อว่าแฟนเกมยุค 2000 เป็นต้นมา น่าจะเคยผ่านหูผ่านตากับเกมแนวเดินหน้ายิง (หรือถอยหลังยิง ?) อย่าง Serious Sam กันมาบ้าง ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้มีการเปิดตัวภาค 4 กันอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จัก วันนี้เราจะพาทุกท่านมาย้อนรอยดูประวัติศาสตร์ของเกมเดินหน้า และถอยหลังยิงสุดมันส์ตัวนี้อย่าง Serious Sam กันว่ามันเป็นมายังไงกันบ้าง

Serious Sam แซมไม่เครียด ผู้เล่นเครียด

จริง ๆ แล้ว Serious Sam ไม่ใช่ชื่อจริง ๆ ของตัวเอกเกมชุดนี้ ชื่อจริงของเขาก็คือ Sam Stone เป็นเพียงทหารขาลุยธรรมดาที่มีนิสัยบ้าระห่ำ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้เขาถึงมีความสามารถในการแบกอาวุธนับสิบไปไล่ถล่มปีศาจนับแสนได้อย่างสบายใจเฉิบ และแม้ชื่อเกมจะหมายถึง แซมเครียด แต่พอถึงเวลาเล่นจริง ๆ แล้ว คนที่เครียดกลับเป็นผู้เล่นเองนี่ล่ะ

ด้วยจำนวนศัตรูที่มากมายมหาศาลชนิดที่ว่า DOOM ยังต้องอาย ทำให้เกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีจุดขายคือการยิงแหลกลาญ ฆ่าสัตว์ประหลาดทุกตัวให้เหี้ยน แต่ Core Gameplay หลัก ๆ แล้ว มันกลับต่างจาก DOOM แบบคนละขั้วเลยทีเดียว

Serious Sam ถูกพัฒนาโดยสตูดิโอ Croteam แรกเริ่มเดิมทีเป็นเกมบน PC Windows และความนิยมของมันก็มากพอจะทำให้มีการพอร์ตเกมไปลงเครื่องต่าง ๆ แม้แต่เครื่องเกมพกพาอย่าง Gameboy Advanced ก็เคยมีเกมภาคแยกของซีรีส์นี้ไปลงให้เล่นกัน แถมบางภาคที่เป็นจุดเชื่อมเนื้อเรื่องอย่าง Serious Sam : Next Encounter ก็ดันไปลงให้กับเครื่อง Gamecube ที่เราไม่สามารถหามาเล่นได้ (หรือหาได้ยากในปัจจุบัน)

ถ้าจะมีเกมไหนเหมือน DOOM ก็ต้องเป็นเกมนี้

บอกไว้ก่อนว่า มันเหมือนกันแค่ภาพรวมเท่านั้น นั่นคือตัวเอกเป็นพวก Badass บ้าพลังเหมือนกัน เกมเพลย์ก็เป็นการเดินรังแกเหล่าสัตว์ประหลาดเหมือนกันเป๊ะ ๆ อารมณ์ตอนสู้ กับตอนเล่นก็คล้ายกันอีก แต่ที่ต่างกันเพราะระบบยิบย่อยของมันทั้งหลาย

ในขณะที่ DOOM นั้นมีจุดประสงค์ในการเล่น มีอุปกรณ์ที่ต้องอัพเกรด (ในภาคหลัง ๆ มานี่อย่าง DOOM 2016 , Eternal ที่ชัดเป็นพิเศษ) มีเนื้อเรื่องที่มาที่ไป แต่กลับกัน Serious Sam เป็นเกมไม่มีอะไรให้ทำมาก นอกจาก “ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือ” จากนั้นก็ไปต่อ ไม่มีการอัปเกรดอุปกรณ์ใด ๆ มีแต่ได้อาวุธใหม่เสริมเข้ามาจนเต็มตัว ยิงยาวไปจนจบ

ในขณะที่ DOOM นั้น Spawn ศัตรูในจำนวนที่พอเหมาะพอเจาะแต่ก็เต็มไปด้วยความหลากหลายของศัตรู ทำให้ผู้เล่นต้องคิดวิเคราะห์ ว่าจะจัดการยังไง ใช้ปืนไหนยิงตัวไหน Serious Sam ไม่สนใจในจุดนั้น นอกจาก Spawn ศัตรูระดับมหากาพย์มาให้ผู้เล่นอุทานในใจว่า SHIT ! แล้วก็ให้ผู้เล่นกราดกระสุนกันจนเมื่อยตา เมื่อยนิ้วจนหมดจอ ถึงจะไปต่อได้ มีบ้างที่ต้องไปตามทางแยกเพื่อหาอุปกรณ์มาเปิดทาง แต่วิธีการได้รับมาก็คือยิงแหลกจนหมดจออยู่ดี

หากว่ากันตามตรง ถ้าผู้เล่นคิดจะลุยแหลก แต่ยังต้องใช้ทักษะใช้สมองอยู่บ้าง DOOM คือคำตอบ แต่ถ้าเล่นเอามันส์ ระบายอารมณ์ ไม่สนใจใด ๆ อีกแล้วบนโลกนี้ Serious Sam จะตอบโจทย์ได้ดีกว่ามาก

น่าเสียดายที่ระบบอาวุธของมันขาดความลุ่มลึกแบบ DOOM เพราะในขณะที่ DOOM เราต้องเลือกอาวุธให้ถูกประเภทจะได้จัดการศัตรูได้ไว แต่ Serious Sam นั้น อาวุธเห็นความต่างน้อยมาก แค่รูปลักษณ์ภายนอกดูเท่เฉย ๆ แต่ดาเมจและขีดจำกัดของมันน่าจะไม่ต่างกันเท่าที่ควร

ศิลปะแห่งการ “ถอยหลังยิง”

ถ้า DOOM คือเกมแนวเดินหน้ายิงแล้วล่ะก็ Serious Sam คืออกขั้วนึงเช่นกัน เพราะมันคือเกมถอยหลังยิง

ด้วยจำนวนศัตรูขนาดมหาศาลทำให้ผู้เล่นหมดสิทธิ์เดินเอาหน้าไถไปเรื่อย ๆ และศัตรูที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลายเซ็นของซีรีส์อย่าง Beheaded Kamikaze หรือเจ้าหัวระเบิดที่มาพร้อมกับเสียง “อาาาาาาา…” ที่ไม่เคยมาแค่ตัวเดียว แต่ขนศัตรูมาถล่มเราด้วยอีกมากมาย แล้วจะให้เดินหน้ายิงยังไงไหว ?

แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ออกแบบการถอยหลังยิงมาได้เวิร์คมาก มันไม่ใช่แค่การถอยไปเรื่อย ๆ ในบางฉาก ผู้เล่นจำเป็นจะต้องดูสภาพพื้นที่ว่าเหมาะกับการถอยไปทางไหน เก็บกระสุนยังไง พลังชีวิตอยุ่ตรงไหน นั่นคือแม้มันจะไม่ได้ใช้สมองมากเท่า DOOM แต่การเล่นแบบขาตายหรือยืนนิ่งอยู่กับที่ก็เพียงพอจะทำให้ผู้เล่นลำบากได้แล้ว

และแม้จะไม่ลึกเท่า DOOM แต่ปืนบางประเภทก็ยังจัดการเคลียร์ฝูงศัตรูได้ดีกว่า ก็เป็นอีกจุดนึงเช่นกันที่ Serious Sam ทำออกมาได้ดี

มวลมหาประชาศัตรูที่แม้แต่ DOOM ยังต้องอาย

แฟน ๆ DOOM อ่านมาถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งตะขิดตะขวงใจว่าทำไมผมถึงคอยเปรียบเทียบกับ DOOM อยู่เรื่อง ก็บอกไว้เลยว่าเพราะแนวเกมมันคล้ายกัน และทั้งสองเกมก็มีดีกันไปคนละแบบ แต่ในส่วนของจำนวนศัตรู คนที่เคยเล่นก็น่าจะรู้ว่ามันน่าจะเป็นเกมที่ให้เราต้องเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์ประหลาดจำนวนนับร้อยในครั้งเดียว

และในภาค 4 ล่าสุดนี้ พวกเขายกระดับมันขึ้นไปอีกด้วย Legion System ที่บอกว่ามันจะเป็นการเรนเดอร์จำนวนศัตรูกว่า 1,000 ตัวในจอเดียวกัน ก็ไม่รู้ว่ามันจะกินสเปคเครื่องขนาดไหน แต่ที่แน่ ๆ ภาค 4 นี้อาจจะเป็นภาคที่เราจะต้อง Serious กันหนักกว่าเดิมก็เป็นได้

ในอนาคต Serious Sam อาจเป็นซีรีส์ที่ไปไกลกว่าที่เราคิดไว้ แต่ลำพังเท่านี้ก็ถือได้ว่าแฟรนไชส์นี้มาไกลพอสมควรแล้ว และภาค 4 จะทำให้เราผิดหวังหรือไม่ ร่วมหาคำตอบกันได้ในเดือนสิงหาคมนี้ แต่สำหรับตอนนี้ ใครที่ยังไม่เคยลองเล่นก็ไปหามาเล่นกันดูก่อนได้

 

 

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง