Review – Sakura Wars ตำนานครั้งใหม่ของสงครามซากุระ

Sakura Wars เป็นการกลับอีกครั้งของซีรีส์ Sakura Taisen หลังจากห่างหายไปนานเกือบ 15 ปี พร้อมมีการ Soft Reboot ปรับเปลี่ยนโครงเรื่อง ตัวละคร และระบบเกมเพลย์ให้มีความเหมาะสมกับเกมยุคสมัยปัจจุบันมากยิ่งขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงแนวทางครั้งใหญ่ จะช่วยให้ซีรีส์สงครามซากุระกลับมาผงาดตามที่แฟนเกมหลายคนคาดหวังไว้หรือไม่ ? เชิญพบกับบทความรีวิว Sakura Wars ได้เลยครับ

Story

Sakura Wars

ปี 1940 ในประเทศญี่ปุ่น เซย์จูโรว คามิยามะ (พระเอก) ทหารผ่านศึกในกองทัพเรือญี่ปุ่น ได้เดินทางมาที่กรุงโตเกียว เพื่อรับตำแหน่งเป็นกัปตันดูแลหน่วย Imperial Combat Revue’s Flower Division ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยซากุระ อะมามิยะ, ฮัตสึโฮะ ชิโนโนเมะ, อาซามิ โมชิซึกิ, คลาริสซา คลาริส กับอนาตาเซีย พาลม่า และโรงละคร Imperial Treater ซึ่งกำลังประสบปัญหาถังแตกและถูกลดทอนศักดิ์ศรี เพราะพวกเธอไม่สามารถแม้กระทั่งปกป้องเมืองจากการรุกรานของเหล่าปีศาจด้วยตัวเอง และแสดงโรงละครได้อย่างห่วยมากแบบไม่มีชิ้นดี

ซึ่งเป็นหน้าที่ของเซย์จูโรวที่ต้องฝึกฝนให้หน่วย Flower Division มีทักษะความสามารถในต่อสู้ มีความรับผิดชอบ สร้างกำลังใจจนสามารถต่อกรกับหน่วยรบอื่น ๆ แล้วเอาชนะการแข่งขัน World Combat Revues มิฉะนั้น Imperial Treater และหน่วยรบ Flower Division จะต้องถูกยุบแล้วสร้างความอับอายไปตลอดชีวิต

Sakura Wars

เนื้อเรื่อง Sakura Wars จะหมุนเวียนกับการแก้ปัญหาอุปสรรคภายใน Imperial Theater กับสมาชิก Flower Division, การเอาชนะแข่งขัน World Combat Revues และภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยเนื้อเรื่องจะนำเสนอในรูปแบบ Episode ที่ทุกตอนจะมีการโฟกัสเนื้อหาที่แตกต่างกัน เช่น ตอนที่หนึ่งเป็นการแนะนำตัวละครและอุปสรรคที่ตัวเอกต้องเผชิญหน้า ส่วนอีกตอนหนึ่งเป็นการเจาะลึกตัวละครหลักคนใดคนหนึ่ง หรือหลังจากจบตอนแล้ว ก็มีพรีวิว่าจะมีอุปสรรคใหม่กำลังเกิดขึ้นในตอนหน้า เป็นต้น ก็ต้องบอกเลยว่าการนำเสนอสตอรีของ Sakura Wars มีกลิ่นอายความเป็น ‘อนิเมะ’ จ้ามาก ๆ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่าย

เนื้อเรื่องอาจไม่ได้มีความแปลกใหม่หรือน่าจดจำ แต่ด้วยแอนิเมชันการเคลื่อนไหวตัวละครเป็นธรรมชาติ, เสียงพากย์ทั้งตัวละครหลักกับตัวละครสมทบสามารถแสดงได้ยอดเยี่ยม, ตัวละครทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง (แม้แอบติดความเป็น streotypes ก็ตาม) กับเนื้อเรื่องให้ครบอารมณ์ทั้งหัวเราะ อบอุ่นหัวใจ เมโลดรามา และโรแมนซ์ พร้อมกับฉากโมเมนต์ดี ๆ ก็ทำให้เนื้อเรื่อง Sakura Wars จัดว่ามีความเพลิดเพลินตามมาตรฐานอนิเมะญี่ปุ่น

Sakura Wars

ส่วนการนำเสนอฉากคัตซีนก็มีความคล้ายคลึงกับซีรีส์ Yakuza โดยมีฉากคัตซีนทั้งหมด 4 รูปแบบ เช่นฉากรีเรนเดอร์สามมิติ, คัตซีนอนิเมะ, คัตซีนในเกม และฉากสไลด์โชว์ โดยฉากทั้งหมดผ่านการออกแบบและใช้ได้อย่างเหมาะสม จึงไม่ค่อยมีจุดให้คอมเพลนต์ซะเท่าไหร่นัก ยกเว้นแต่ฉากสไลด์โชว์อาจคุณภาพไม่สามารถสู้เทียบเท่ากับฉากเกมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มุกตลกภายในเรื่องค่อนข้าง Cliche และใช้บ่อยเกินไป โดยเฉพาะกับมุกหักห้ามใจตัวเองไม่ให้แอบส่องห้องน้ำหญิง ซึ่งมุกดังกล่าวนั้น ‘สามารถพบเห็นได้เกือบทุกตอน’ และเป็นมุกที่เจอในนิเมะหรือมังงะแนวฮาเร็มมากกว่าร้อยเรื่องแล้ว แม้มุกดังกล่าวจะตลกในช่วงแรก แต่เมื่อพบเห็นบ่อยครั้ง ก็อดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าทีมงานหมดมุกไม่มีอะไรจะเล่นต่อแล้ว

นอกจากนี้ เนื่องจากโครงสร้างเนื้อเรื่องค่อนข้างเป็นสูตรสำเร็จ และดำเนินเนื้อหาเป็นเส้นตรง ก็ทำให้บางครั้งเราสามารถคาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ง่ายเช่นกัน

Sakura Wars

แม้สตอรี Sakura Wars จะไม่เพอร์เฟกต์ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้าถึงง่าย ให้ครบอารมณ์ พร้อมการแสดงตัวละครที่ให้เสียงพากย์อย่างยอดเยี่ยม ประสบการณ์การเสพเนื้อเรื่องของ Sakura Wars จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่คออนิเมะอาจต้องชื่นชอบไม่ใช่น้อย

Presentation

Sakura Wars

อีกหนึ่งในจุดแข็งของซีรีส์ Sakura Wars ที่ทำให้เกมดังกล่าวกลายเป็นแฟรนไชส์เกมดัง นั่นคือการนำเสนอฉากหลังเป็นกรุงโตเกียวในยุคไทโชแบบโลกสมมุติ ด้วยการผสมผสานระหว่าง Japanese Traditional กับเครื่องจักรไอน้ำ Steampunk อย่างลงตัว ซึ่งแน่นอนว่าเกมภาคนี้ก็สามารถนำเสนอประเทศญี่ปุ่นในจักรวาล Sakura Wars ได้อย่างน่าหลงใหลและน่าค้นหาเป็นอย่างมาก

และแน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเกมนี้ คือเพลงประกอบฉากที่ได้นักประพันธ์เพลง Kohei Tanaka ซึ่งอดีตเคยแต่งเพลงให้เกม Sakura Wars ในปี 1996 กลับมาสร้างเพลงให้เกมนี้อีกครั้ง ทำให้เพลงประกอบยังคงรักษาความคลาสสิกเหมือนเกมภาคเก่าไว้ดั้งเดิม รวมเพลงธีมประจำเกม Geki! Teikoku Kagekidan (檄!帝国華撃団) หนึ่งในเพลงญี่ปุ่นยอดนิยมตลอดกาลได้นำกลับมาร้องใหม่ โดยดนตรีแทบไม่มีการดัดแปลงจากต้นฉบับดั้งเดิม ก็ต้องบอกเลยว่าเพลงประกอบของเกมนี้ นอกจากมีความน่าจดจำแล้ว ยังเป็นการแฟนเซอร์วิสต่อแฟนเกมระดับฮาร์ดคอร์อีกด้วย

นอกจากนี้ Sakura Wars มีการออกแบบตัวละครใหม่ เพื่อตัวเกมมีลุคทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยการดีไซน์ตัวละครหลักจะรับผิดชอบโดย Kubo Tite นักวาดมังงะชื่อดังจากเรื่อง Bleach เทพมรณะ ส่วนตัวละครสมทบจะออกแบบโดยคาแรกเตอร์ดีไซน์ชื่อดังอย่าง BUNBUN (Sword Arts Online), Shimada Fumikane (Girls und Panzer, Strike Witches, KanColle), Shigenori Soejima (Persona) และอื่น ๆ ซึ่งทำให้ตัวละครมีการดีไซน์แตกต่างกัน

ประเด็นการออกแบบตัวละครก็มีการแสดงความคิดเห็นต่างกันออกไป บางคนอาจไม่ชอบดีไซน์ใหม่ เพราะทำให้เอกลักษณ์ของ Sakura Wars ที่เน้นการนำเสนอความคลาสสิกมาหลายภาคได้ขาดหายไป แต่บางคนก็ชื่นชอบดีไซน์ใหม่ เพราะสามารถเข้าถึงเกมเมอร์รุ่นใหม่ง่ายขึ้น ซึ่งตรงส่วนนี้ ทั้งสองฝั่งก็ไม่ได้มีผิดหรือถูกต้อง เนื่องจากงานศิลปะเป็นเรื่องความชื่นชอบของส่วนบุคคล แต่ถ้าให้ถามความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ก็ต้องตอบตามตรงว่าผมชื่นชอบดีไซน์ใหม่ เพราะตัวเองเป็นคนที่เติบโตกับการอ่านการ์ตูนแนวโชเน็งหลายเรื่อง โดยหนึ่งในนั้นเป็นเรื่อง Bleach ที่เคยชื่นชอบในสมัยเด็ก ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ผมสนใจในเกม Sakura Wars ภาคนี้อีกด้วย

Sakura Wars

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายทั้งที่จักรวาล Sakura Wars มีการนำเสนอเนื้อหากับฉากเซตติงน่าสนใจ แต่ทว่าเกมกลับไม่มีเนื้อหา Lore ให้ผู้เล่นหน้าใหม่ได้อ่านเพื่อให้เข้าใจพื้นหลังแฟรนไชส์มากขึ้น นอกจากนี้ แผ่นที่ในเกมก็มีพื้นที่ให้สำรวจน้อยเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ข้อเสียใหญ่สำหรับเกมแนวแอ็กชัน-จีบสาว ซึ่งไม่จำเป็นต้องออกแบบให้เป็นเกมแนว Open World เสมอไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทีมงาน Sega ได้พลาดดี ๆ ที่จะนำเสนอจักรวาล Sakura Wars ให้กว้างขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากการ Soft-Reboot และความทรงพลังของเครื่องเกมยุคปัจจุบัน

Gameplay

Sakura Wars

Sakura Wars มีการเปลี่ยนแปลงแนวเกมใหม่จากเดิมเป็นเกมวางแผน Tactical กลายเป็นเกม Action RPG อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกมเพลย์ง่ายขึ้น ส่วนเกมแนว Visual Novel จะยังคงปรากฏตัวในเกมภาคนี้

มาเริ่มต้นระบบจีบสาวซึ่งเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักสำหรับเกมซีรีส์นี้จะเรียกว่า LIPS โดยลักษณะของระบบก็คล้ายเกม Visual Novel หลายเกม โดยในระหว่างฉากคัตซีน ผู้เล่นต้องเลือกตอบคำถามให้ถูกใจตัวละครโดยมีเวลาจำกัด (และไม่สามารถโกงด้วยการกด Pause ด้วยนะ ช่างแสบซะจริง ๆ) โดยหากตอบถูกต้อง ค่าความเชื่อใจระหว่างตัวละครกับผู้เล่นจะเพิ่มสูงขึ้น แต่หากตอบไม่ถูกใจก็ทำให้ค่าความเชื่อใจลดลง ซึ่งหากค่าความเชื่อใจเยอะพอก็จะส่งผลต่อการปลดล็อกฉากพิเศษในภายหลังของเกม

Sakura Wars

หลังจากการดำเนินเนื้อเรื่องไปบางช่วงแล้ว บางครั้งจะมีอีเวนต์พิเศษเรียกว่า Tête-à-Tête เป็นระบบจีบสาวอีกรูปแบบหนึ่งที่เกมเมอร์ต้องเลือกวัตถุหรือจุดต่าง ๆ เพื่อฝ่ายตรงข้ามยอมเปิดใจกับเรา (รวมถึงฝ่ายหญิงจะมีใกล้ชิดต่อเรามากยิ่งขึ้นอีกด้วย)

แม้ LIPS ไม่ใช่ระบบเกมเพลย์ที่ซับซ้อน แต่ด้วยบทสนทนาที่เขียนมาอย่างดี และตัวเลือกมีประโยคสั้นกระชับเข้าใจง่าย ทำให้การอ่านแล้วเลือกคำตอบไม่ยากจนเกินไป (ยกเว้นแต่ไม่ได้ตั้งใจฟังเนื้อหา ซึ่งทำให้พลาดคำถามได้) รวมถึงเกมเมอร์จะได้รับความรู้สึกภาคภูมิใจเล็ก ๆ จากการตอบถูกต้องอีกด้วย

ข้อเสียระบบ LIPS ก็เป็นจุดเล็กน้อย อย่างบางตัวเลือกอาจมีประโยคสั้นเกินไปจนไม่เข้าใจ และระบบ LIPS แบบ Analog ที่ให้ผู้เล่นเลื่อนปุ่ม L3 ขึ้น-ลง เพื่อเลือกตอบคำถามดูไม่ค่อยมีความจำเป็นซะเท่าไหร่นัก แต่โดยรวมแล้วเป็นระบบที่เล่นเพลิดเพลินใช้ได้เลยทีเดียว

ในขณะที่ระบบจีบสาวออกแบบอยู่ในเกณฑ์โอเค แต่ทว่าระบบการต่อสู้กลับมีข้อเสียมากมายที่อาจสร้างความผิดหวังให้แฟนเกมหรือเกมเมอร์หลายคนได้

แนวการต่อสู้ของเกมนี้คล้ายกับเกมแอ็กชัน Musou ที่ผู้เล่นต้องทำลายกวาดศัตรูทุกอย่างที่ขวางหน้าแล้วปราบบอสเพื่อจบด่านแล้วดำเนินเนื้อเรื่องต่อไป แม้ช่วงแรกของเกมจะพอมีความสนุกสนานอยู่บ้าง แต่หลังจากเล่นผ่านมาราว 5 ชั่วโมง ก็ค้นพบว่าระบบการต่อสู้นั้นเรียบง่ายเกินไป และตัวเกมมีความยากแบบดั้งเดิมที่ ‘ง่ายมาก’ จนเกิดส่งผลเสียแทน

ลักษณะการโจมตีจะมีทั้งโจมตีหนัก-โจมตีเบา ซึ่งสามารถใช้สานต่อคอมโบได้อย่างอิสระ และสามารถออกท่าไม้ตายพิเศษหลังจากเก็บหลอด MP จนเต็มแล้ว ซึ่งปัญหาอย่างแรกคือ Sakura Wars ระบุว่าเป็นเกม Action-RPG แต่ตัวเกมกลับ ‘ไม่มีระบบ Progression’ เช่นการเก็บสะสม EXP เพื่อเพิ่มเลเวล หรือนำแต้มไปอัปเกรดสกิลกับปลดท่าต่อสู้พิเศษเหมือนเกมอื่น นั่นหมายความว่าระบบการต่อสู้ทุกอย่างในเกม สามารถเรียนรู้จนจบตั้งแต่เล่นครั้งแรก

นอกจากนี้ มอนเตอร์กับบอสก็จัดว่าอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การโจมตีที่มีพลังทำลายเบาบาง, แพเทิร์นการโจมตีอ่านง่ายเกินไป, บอสไม่มีจุดอ่อน-จุดแข็ง หรือมีท่าไม้ตายที่เป็นอุปสรรคต่อการเล่น และเกือบทุกครั้งที่ศัตรูถูกกำจัดหรือบอสล้มลงกับพื้น ก็จะมักมีไอเทมเพิ่มเลือดให้เก็บเป็นประจำ รวมถึงสุดท้าย ตัวเกมไม่มีตัวเลือกให้ปรับระดับความยากอีกด้วย

ด้วยข้อเสียหลักทั้งสองอย่างมารวมกัน ทำให้การต่อสู้ของเกมนี้ขาดความท้าทาย และสามารถผ่านด่านหรือปราบบอสได้ง่ายเพียงออกคอมโบแบบ Button Mashing (กดปุ่มแบบไม่ยั้ง) ทำให้เกมการเล่นเกิดความซ้ำซากจำเจจนถึงขั้นน่าเบื่อได้ง่ายมาก

อีกหนึ่งปัญหาร้ายแรงที่ควรกล่าวถึง คือการแบ่งช่วงระหว่างคัตซีนกับการต่อสู้ไม่ลงตัว เพราะเนื่องจาก Sakura Wars เป็นเกมที่มีเนื้อหาเยอะมาก ทำให้ระหว่างการต่อสู้มีหลายครั้งที่ตัดเข้าฉากคัตซีนในเกม ซึ่งอาจสร้างจุกจิกให้เกมมอร์หลายคน และก็ต้องบอกเลยว่าคอนเทนต์ทั้งเกมจะมีปริมาณ 75% เป็นเนื้อเรื่อง และอีก 25% เป็นการต่อสู้ แน่นอนว่าถ้าหากผู้เล่นเป็นเกมมอร์สายเล่นมากกว่าสายเสพเนื้อเรื่องละก็… คุณจะต้องหงุดหงิดกับเกมนี้เป็นอย่างมาก

Sakura Wars
นอกเหนือจากระบบจีบสาวแล้ว แม้ระบบการต่อสู้ Sakura Wars จะไม่ได้แย่จนถึงเข้าขั้นเลวร้าย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีการต่อสู้อีกหลายส่วนที่ต้องได้รับการปรับปรุงและมีการเพิ่มระบบอย่างใหญ่หลวง ซึ่งก็ยังไม่เกินที่จะแก้ไข หรือหันกลับมาใช้ระบบวางแผน Tactical ในเกมภาคต่อไป

Graphic & Presentation

Sakura Wars เป็นเกมแรกที่พัฒนาโดย Hedgehog Engine 2 หรือเอนจิน In-House ของ Sega ที่ใช้นอกเหนือจากเกมตระกูล Sonic The Hedgehog ซึ่งแม้ความคมชัดของพื้นผิววัตถุ ตัวละคร หรือสภาพแวดล้อมจะไม่ได้มีรายละเอียดสูงมากนัก แต่ด้วยการกำกับศิลป์ อาร์ตสไตล์ และวิชวลเอฟเฟกต์ที่ออกแบบมาอย่างดี ทำให้คุณภาพกราฟิกของ Sakura Wars จัดว่าเป็นหนึ่งในเกมอนิเมะที่มีภาพสวยงามยอดเยี่ยม และมีสีสันสดใสเป็นธรรมชาติอีกเกมหนึ่งเลยก็ว่าได้

ส่วนด้านประสิทธิภาพ สำหรับเครื่อง PlayStation 4 Pro ตัวเกมจะรันด้วยความละเอียดภาพ 1080p 30 FPS โดยไม่มี Option สำหรับการปรับแต่งกราฟิก แต่ถึงอย่างนั้น เกมก็สามารถรันอย่างลื่นไหลโดยไม่มีอาการเฟรมเรตตกหรือมีบั๊กกราฟิกแต่อย่างใด ยกเว้นแต่หากมอนสเตอร์ได้ปรากฏตัวบนหน้าจอเป็นจำนวนมาก หรือตัวเกมใช้วิชวลเอฟเฟกต์เยอะ ก็อาจทำให้เครื่องทำงานหนักจนเฟรมเรตกระตุกเป็นบางครั้ง แต่เท่าที่ใช้เวลาเล่นมา เคสดังกล่าวพบเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

และท้ายที่สุด หลังจากใช้เวลาเล่นผ่านไปราว 10 ชั่วโมง ตัวเกมยังไม่พบกับปัญหาร้ายแรงอย่างอาการเกม Crash หรือเกมค้างแม้แต่ครั้งเดียว ก็ต้องบอกเลยว่า Sakura Wars เป็นเกมที่มีประสิทธิภาพดีมาก ตามมาตรฐานของเกมญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเอาใส่ใจกับการขัดเกลาประสิทธิภาพและการ Optimized อยู่เสมอ

สรุป

การกลับมาอีกครั้งของ Sukura Wars ภาคนี้ อาจไม่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับแฟนเกมฮาร์ดคอร์บางคนด้วยการเปลี่ยนแนวทางใหม่จากเกมวางแผน Tactical กลายเป็นเกมแอ็กชันระดับพอใช้ แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่เพลิดเพลิน รวมถึงมีตัวละครหลักกับฉากเซตติงเมืองโตเกียวแบบ Steampunk ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง จึงไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ ว่าเกมนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล แม้มีข้อเสียด้านเกมเพลย์ที่ทำให้หลายคนต้องมองผ่านเกมนี้ก็ตาม

ข้อดี

  • ตัวละครหลักทุกคนมีเอกลักษณ์ และปฏิสัมพันธ์สนุกสนาน
  • เสียงพากย์ตัวละคร สามารถแสดงได้ดีมาก
  • อาร์ตสไตล์เมืองโตเกียวสไตล์ Steampunk มีความโดดเด่น
  • เนื้อเรื่องสนุกเพลิดเพลินตามมาตรฐานอนิเมะ
  • เพลงประกอบไพเราะ

ข้อเสีย

  • ระบบการต่อสู้ง่ายเกินไปจนเกมเพลย์ซ้ำซาก
  • บางมุกตลกใช้ซ้ำจน Cliche และเนื้อหาคาดเดาง่าย
  • แผ่นที่ในเกมเองก็มีพื้นที่ให้สำรวจน้อย
  • การแบ่งช่วงระหว่างคัตซีนกับการต่อสู้ไม่ลงตัว

คะแนน: 7/10

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง