Review : Summer in Mara เกมทำฟาร์มสุดผ่อนคลายที่อาจจะมากเกินไปเสียหน่อย

หากคุณชื่นชอบ Deiland เกมปลูกผักทำฟาร์มบนดาวเคราะห์น้อยจากผู้พัฒนา Chibig นี่อาจจะเป็นเกมที่คุณจะต้องหลงรักมันอีกครั้ง กับเกมแนวทำฟาร์มปลูกผักที่มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจแถมยังสดใสไร้ความรุนแรง เหมาะสำหรับคนที่เสพงานศิลป์และความสบายใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วันนี้เราจะพาทุกท่านมาชมรีวิว Summer in Mara เกมทำฟาร์มผจญภัยที่ต้องใจเย็นจริง ๆ ถึงจะเล่นได้

Story

Summer in Mara คือเรื่องราวของเด็กสาวที่ชื่อว่า Koa ที่ถูกชาวเกาะปริศนาที่ดูเหมือนไม่ใช่มนุษย์เก็บมาเลี้ยงไว้บนเกาะ และเติบใหญ่ขึ้นมาท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม และท้ายที่สุดแล้วผู้เล่นจะต้องเริ่มต้นออกเดินทางจากเกาะบ้านเกิด ไปพบปะผู้คนต่าง ๆ เพื่อตามหาความจริงของชาติกำเนิดของเธอเอง

นี่คือเนื้อเรื่องที่ถือว่าน่าสนใจมาก แต่น่าเสียดายที่มันถูกถ่ายทอดออกมาได้น่าเบื่อมาก ภารกิจเนื้อเรื่องถูกขัดขวางด้วยเกมเพลย์แบบวนลูปซ้ำไปซ้ำมา ทำให้จังหวะการเล่าเรื่องขาดตอน และการทำแบบนี้ทำให้คนเล่นรู้สึกเบื่อ จากที่อยากติดตามเพื่อตามเนื้อเรื่อง กลายเป็นเบื่อไปซะอย่างนั้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Summer in Mara คือเกมที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจ ที่สำคัญมันยังเป็นเกมโลกสวยแบบ Beautiful World แบบสุด ๆ เกมไร้ความรุนแรง เน้นสีสัน เล่าเรื่องแบบหัวใจพองโต ใครที่คาดหวังว่ามันจะหักมุม หรือมีอะไรที่จะทำให้ผู้เล่นต้องอ้าปากตาค้าง คุณหวังมากเกินไปครับ

Presentation

สิ่งที่ต้องชมเกมนี้เลยคือ การนำเสนอโลกของเกมบวกกับการใช้โทนสีที่คัลเลอร์ฟูลมาก คนที่อยากเล่นเกมนี้เพื่อ Relax หรือผ่อนคลาย คุณเลือกถูกเกมแล้วครับ

โลกของเกม Summer in Mara จะเป็นหมู่เกาะเขตร้อน ผู้เล่นสามารถเดินทางไปมาระหว่างเกาะได้ด้วยการออกเรือ ซึ่งเรือจะปลดล็อคให้เมื่อคุณทำภารกิจไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง

บรรยากาศในเกมนั้นถือว่ายอดเยี่ยม ทั้งสีสัน ภาพรวม ทำออกมาได้ดีมาก แต่มันดันมาตกมาตายตรงความแบนราบของมัน ผมจะยกตัวอย่างหมู่เกาะ Qalis ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับเกาะบ้านเกิดของคุณ หลังจากที่เราทนเล่นเนื้อเรื่องอยู่ที่เกาะตัวเองมานับชั่วโมง ในที่สุดเราก็ได้ออกเดินทางมายังเกาะใหม่ และสัมผัสแรกที่คุณเห็นคือเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมาย ดูน่าตื่นเต้นมาก แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อคุณขึ้นไปบนเกาะ

เหล่า NPC แต่ละตัวออกแบบมาได้น่าสนใจก็จริง แต่มันกลับเป็นเพียงตัวละครที่ยืนอยู่เฉย ๆ ไม่มีการเดินไปเดินมาให้เรารู้สึกว่าโลกของเกมมีชีวิตชีวา แม้แต่กลุ่ม NPC เด็ก ๆ ที่เหมือนจะจับกลุ่มเล่นกันอยู่ แต่มันก็เป็นเพียงโมเดลที่วางเอาไว้เฉย ๆ ไม่มีชีวิตชีวาอะไร

แถมการเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อพูดคุย ก็เป็นกรอบสนทนาขึ้นมา ไม่มีการรีแอคชั่นตอบโต้กับผู้เล่น (มีบ้าง แต่ไม่ใช่ NPC ทุกตัว)

จริงอยู่ว่าเราไม่ควรคาดหวังกับระบบไดนามิกของเกมที่มีราคาไม่ถึง 300 บาท แต่มันน่าเสียดายตรงที่ ทำโลกของเกมออกมาได้น่าสนใจ สดใสขนาดนี้ ถ้าทำให้มันไดนามิกได้มากกว่านี้นิดนึง มันจะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว

และอย่างที่ผู้พัฒนาเขาบอกว่าเกมนี้นั้น จะนำเสนอประเด็นการรักษาธรรมชาติและสมดุลของโลก ซึ่งนอกจากการปลูกต้นไม้ (ที่เราจะว่ากันในส่วนของเกมเพลย์) มันก็จะเป็นเพียงบทสนทนาสอนใจธรรมดา ๆ แถมยังดูโลกสวยเสียจนน่าจะเป็นเกมให้เด็กเล่นเพื่อปลูกจิตสำนึกที่ดีมากกว่า บางช่วงการสนทนากับ NPC มันเลยดูตลกไปโดยปริยาย แต่อย่างน้อยก็ได้ข้อคิดในการรักษาธรรมชาติ

Gameplay

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น Summer in Mara เป็นส่วนผสมของการเล่นเกมแนวผจญภัยแบบใส ๆ ผสมกับการปลูกผักทำฟาร์ม และปรุงอาหารแบบเล็กน้อย สูตรการเล่นของเกมนี้นั้นไม่ยาก เครื่องไม้เครื่องมือจะติดตัวแต่แรก ไม่ต้องหาเพิ่ม เว้นแต่ว่าจะอัปเกรด ตัวละครจะมีค่าความเหนื่อยซึ่งสามารถเติมได้ด้วยการเข้าไปนอน และค่าความหิวที่คุณสามารถปรุงอาหารกินได้ หรือจะกินผักผลไม้ดิบ ๆ ได้เลย ค่าความหิวก็ขึ้นเช่นกัน โดยไม่ส่งผลเสียใด ๆ ต่อร่างกาย

ลำพังแค่นี้ก็ง่ายพอแล้ว แต่มันยังทำให้เกมง่ายขึ้นไปอีกด้วยการนอนตอนไหนก็ได้ เวลาจะเข้าสู่วันใหม่ทันที เช่นถ้าคุณปลูกผักที่ต้องใช้เวลาในการเติบโต 5 วัน คุณก็แค่กดนอนมัน 5 ทีติดก็เรียบร้อย ทำให้เกมขาดความลุ่มลึกไป

กฎหลักของเกมนี้ที่ตัวละคร Mama ของเราย้ำไว้ตั้งแต่ต้นเกมคือ “เมื่อเราเอาอะไรมาจากธรรมชาติ จงมอบคืนให้กับธรรมันชาติด้วย” การรักษาสมดุลธรรมชาติที่เกมเน้นนักหนาในช่วงก่อนวางจำหน่าย คือการที่ต้นไม้ภายในเกม เมื่อตัดออกเพื่อเอามาแปรรูปเป็นวัตถุดิบไม้ชนิดอื่น จำนวนรวมของต้นไม้บนเกาะก็จะลดลง ผู้เล่นจำเป็นจะต้องปลูกเพิ่ม โดยใช้เมล็ดที่ดรอปมาจากการทำลายต้นไม้นั่นแหละ ปลูกทิ้งเอาไว้ไม่กี่วันก็โตแล้ว

ผู้เล่นจะมีภารกิจเนื้อเรื่องให้ทำไปเรื่อย ๆ Side Quest ก็มีบ้างประปราย และจะปลดล็อคอุปกรณ์ใหม่ เนื้อเรื่องใหม่มาเรื่อย ๆ ปัญหาคือ แม้โลกของเกมจะสดใส แต่ด้วยคอร์เกมเพลย์หลักที่เหมือนเดิมแทบจะตลอด ผสมกับคอนเซปต์ของเกมที่เน้นโลกสวยแบบสุขสงบ บอกเลยว่าเกมนี้อาจจะทำให้คุณหลับได้เลยจริง ๆ ถ้าไม่ได้อินกับโลกของเกม

นี่น่าจะเป็นรีวิวเกมเพลย์ที่สั้นที่สุด เพราะมันแทบไม่มีอะไรยาก เป็นเหมือนเกมสำหรับการผ่อนคลายล้วน ๆ หนักไปทางอ่านบทสนทนาด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าจะเป็นภารกิจ การปลูกผัก ทำฟาร์ม การสร้างเรือ ทุกอย่างมันง่ายไปหมดชนิดที่ว่าไม่ต้องทำอะไรเลยก็ยังได้

น่าเสียดายที่โลกของเกมทำออกมาสวยงาม แต่ความไดนามิกและเกมเพลย์ของมันกลับทำให้เกมไม่ค่อยน่าเล่นอย่างที่คิด แต่ถ้าคุณกำลังมองหาเกมที่เอาไว้เล่นเพื่อ “ผ่อนคลาย” ย้ำอีกครั้งว่าเน้นผ่อนคลายจริง ๆ เกมนี้คือตัวเลือกชั้นดีครับ

Performance

แม้โทนภาพ และสีของเกมจะสดใสมาก แต่รับประกันได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณต่อให้เก่าหน่อยก็จะเล่นเกมนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา สิ่งที่มีปัญหาอยู่บ้างของเกมนี้คืออาการค้างหรือเกม Crash ที่อยู่ดี ๆ ก็เป็นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่โชคดีที่เกมนี้ระบบ Auto Save นั้นถี่มาก จนทำให้แทบไม่มีปัญหาเกมค้างแล้วเซฟย้อนไปไกลสักเท่าไร

ด้วยความที่เป็นเกมอินดี้ราคาถูกอยู่แล้ว หน้าต่างออปชั่นก็ไม่ได้ปรับอะไรได้เยอะสักเท่าไร แต่ก็เพียงพอแล้วกับมาตรฐานที่เกมเกมนึงจะทำได้

Summer in Mara เป็นเกมทำฟาร์มปลูกผักภาพสวยสดใส แต่ระบบเกมเพลยและโลกของเกม กลับทำให้คุณหาวแล้วหาวอีก หรือดีไม่ดี ต่อให้คุณอยากรีแลกซ์มากแค่ไหน แต่การเลือกที่จะไปนอนหลับอาจจะได้ผลดีกว่าการมานั่งเล่นเกมนี้เสียอีก

Verdict 5/10

 

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close